แม้จะพยายามพูดอย่างร่าเริง แต่หลังจากนั้นไม่นานบรรยากาศมื้ออาหารก็จบลงอย่างรวดเร็ว
ข้าเองก็อิ่มแล้ว นัมกุงบีอาก็เป็นคนกินน้อยอยู่แล้ว
ส่วนวีซอลอาแม้จะอยากกินต่อ แต่นางก็อ่านบรรยากาศออก เลยตัดสินใจวางตะเกียบลง
หลังจากจบมื้ออาหาร ยองพุงก็ขอตัวกลับไปหาศิษย์รุ่นที่สองที่พักอยู่ที่อื่น
ข้าเองก็กำลังจะลุกขึ้นกลับห้อง
แต่ทันใดนั้นนัมกุงบีอาก็เดินมาขวางข้าไว้
“คุณหนูนัมกุง?”
ข้าขมวดคิ้ว นางต้องการอะไร?
นางจ้องมาที่ข้า… คล้ายกับมีเรื่องจะพูด แต่ก็ลังเลไม่ยอมเอ่ยปากออกมา
[ไอ้หนู… แค่ยื่นมือออกไปก็พอแล้ว]
‘อะไรนะ?’
[อย่ามัวใช้สมองคิดให้วุ่นวาย เอื้อมมือออกไปก็พอ]
เสียงของตาแก่ชินฟังดูเหมือนหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
…ข้ารู้สึกว่าถ้าข้าไม่ทำตาม เขาคงจะบ่นใส่ข้ายาวแน่
ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจยื่นมือออกไปตามที่เขาว่า เมื่อข้ายกมือขึ้นนัมกุงบีอาก็เบิกตากว้าง แต่แทนที่จะหลบ นางกลับค่อยๆก้มศีรษะลงเล็กน้อย…เหมือนกับกำลังเตรียมรับสัมผัสจากมือของข้า
ข้าค่อยๆ ขยับมือเข้าไปใกล้ และตอนที่มือของข้าเกือบจะสัมผัสนางได้อยู่แล้ว…
“ปุ๊ง!”
มือของใครบางคนแทรกเข้ามาก่อน และลูบศีรษะของนัมกุงบีอาแทน
ข้ามองอย่างตกตะลึง
มันคือมือของวีซอลอา
“…?”
วีซอลอาขยี้ศีรษะของนัมกุงบีอาอย่างแรงจนนางดูตกใจไปชั่วขณะ
แต่เมื่อเห็นว่าเป็นวีซอลอา นางกลับย่อตัวลง เพื่อให้วีซอลอาสามารถลูบศีรษะได้สะดวกขึ้น