ถึงแม้จำนวนคนที่มาดูจะมากเกินคาด แต่ข้าก็พยายามรักษาความสงบนิ่ง
ยองพุงถือกระบี่ไม้ ไว้ในมือก่อนจะเข้าสู่ท่วงท่าที่มั่นคง
[โอ้ ท่าทางของเจ้านั่นดีมาก สมกับเป็นผู้ฝึกฝนมาอย่างหนัก]
สำหรับนักกระบี่ ท่วงท่าถือเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ถึงจำนวนปีที่ใช้ในการฝึกฝนพื้นฐาน และยองพุง เรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่เกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว
ไม่ใช่แค่พรสวรรค์เท่านั้น แต่ยังเห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยหยุดฝึกฝน
“ฟู่ว…”
ข้าปล่อยลมหายใจช้าๆ และแผ่พลังของตนเองออกมา
ม่านหมอกสีแดงค่อยๆ ปกคลุมร่างกาย มันกลับคืนสู่สีเดิมอีกครั้งหลังจากได้รับการปรับสมดุลจากตาแก่ชิน
ในดวงตาของยองพุงมีแสงแห่งความตื่นเต้นระริกระรี้ ก่อนที่ปลายกระบี่ไม้ของเขาจะสั่นไหวเบาๆ
กระบี่ของเขา…
แม้ว่าจะแผ่วเบาและยังไม่เด่นชัดนัก แต่นั่นคือ กลีบดอกเหมย
‘คิดจะเอาจริงตั้งแต่เริ่มเลยหรือ?’
ดูเหมือนเขาจะไม่มีแผนจะลองเชิงข้าเลยแม้แต่น้อย ตัดสินใจใช้กระบี่ดอกเหมยตั้งแต่ต้นเช่นนี้…
ข้าอดหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้ เมื่อเห็นว่าเขาดูจะจริงจังกว่าที่คิด
ถ้าข้าเล่นไปเรื่อยเปื่อยล่ะก็ คงโดนคนรอบข้างด่าหูชาแน่
“เริ่มได้”
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม ชินฮยอนก็เอ่ยขึ้นเบาๆ
ยองพุงพุ่งเข้ามาพร้อมเหวี่ยงกระบี่ ข้าเองก็รวมพลังไว้ที่ปลายเท้าแล้วกระโจนออกไปเช่นกัน
แม้ว่าข้าจะรวมสมาธิไว้สูงสุด แต่ทุกอย่างกลับเกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว
โครม!