ยองพุงเรียกข้าด้วยสีหน้าสงสัย ข้ากลับลังเลที่จะตอบ
ไม่มีใครรู้อดีตของข้า นอกจากข้าเองและมันก็ควรเป็นเช่นนั้นต่อไป
แต่ปัญหาคือ ข้าไม่อาจมองเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องธรรมดาได้
ในขณะที่ข้ากำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ตาแก่ชินก็กล่าวขึ้นอีกครั้ง
[ข้าไม่รู้หรอกว่าเจ้ารู้สึกผิดอะไรกับฮวาซานนัก แต่หากเจ้ารู้สึกผิดนัก ก็รับคำท้าเสียก็สิ้นเรื่อง]
“…อืม”
[หากมีคนมาขอประลอง เจ้าก็ควรรับไว้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ใช่มัวแต่ลังเลเป็นหญิงสาวเช่นนี้! ถ้ายังจะลังเลอยู่ ก็จงตัดเจ้านั่นของเจ้าทิ้งเสียเถอะ!]
..ตาแก่นี่มันบ้าไปแล้วหรือไง?
ช่างเป็นวาจาที่หยาบกระด้างเสียจนข้าไม่อยากเชื่อว่าจะออกจากปากของปรมาจารย์แห่งยุค
แต่มันก็ไม่ได้ผิดนัก
สุดท้าย ข้าจึงลุกขึ้นและหันไปพูดกับยองพุง
“…ก็ได้ มาประลองกันเถอะ”
บางครั้ง ข้าก็ควรปล่อยให้ตัวเองเข้ากับคนอื่นบ้าง
“โอ้! ดีเลย!”
“คุณชาย… จะสู้กันจริงๆ หรือ?”
เสียงของวีซอลอาดังขึ้น ขณะนางมองมาที่ข้าด้วยแววตากังวล
ตั้งแต่เมื่อครู่ นางเพียงนั่งเงียบๆเคี้ยวซาลาเปาไปพลาง มองสถานการณ์ไปพลาง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ข้าก็ยกมือขึ้นลูบศีรษะของนางเบาๆ
“ไม่ใช่การต่อสู้จริงจังหรอก นี่เป็นแค่วิธีสร้างความสนิทสนมเท่านั้น”
[ถูกต้องแล้ว!]
…แม้ว่าจะเป็นมาตรฐานของฮวาซานก็เถอะ
วีซอลอาเอนศีรษะเข้าหาฝ่ามือข้า แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส
“ท่านต้องชนะให้ได้นะ!”
“…ข้าจะพยายาม”