ตั้งแต่ที่ข้าเผยให้พวกเขาเห็นศิลาเมิ่งฮวา ข้าก็รู้อยู่แล้วว่าสถานการณ์จะต้องลงเอยเช่นนี้
‘…แค่พวกมันไม่จับได้ว่าข้าแอบกลืนพลังของวัตถุวิเศษไปก็นับว่าโชคดีมากแล้ว’
หากเรื่องนี้ถูกเปิดโปงขึ้นมา ปัญหาที่ข้าต้องเผชิญคงหนักหนาสาหัสกว่านี้แน่
[คิกๆ ตั้งแต่เจ้ากลืนพลังเข้าไปในร่างราวกับหมูตะกละ ข้าก็รู้แล้ว ถ้าไม่มีข้าช่วย เจ้าจะทำยังไงกันนะ? ช่างน่าสงสารจริง ๆ]
…ข้ากำลังนิ่ง ๆ อยู่แท้ ๆ แต่จู่ ๆ เจ้าผีแก่บ้าก็พูดจาเหน็บแนมขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ข้าหวังให้เขาเงียบเสียบ้าง แต่ดูเหมือนมันจะไม่คิดทำเช่นนั้นเลย
[ฮวาซานสินะ… หากแม้แต่ศิษย์รุ่นเยาว์ยังแข็งแกร่งขนาดนี้ เช่นนั้นตัวสำนักเองก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน]
น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง… ราวกับกำลังหวนคิดถึงอดีต
ข้าที่กำลังเผชิญหน้ากับเหล่าคนฮวาซาน ต้องมาปวดหัวกับเรื่องในหัวของตัวเองอีก
“ขอข้าถามอะไรสักอย่างได้หรือไม่?”
จู่ๆ ยองพุงก็พูดขึ้นมา ทำลายบรรยากาศที่เหมือนจะจบเรื่องราวลงได้แล้ว
ชินฮยอนขมวดคิ้ว มองเขาอย่างไม่พอใจที่พูดแทรกขึ้นมา แต่ยองพุงกลับไม่ใส่ใจสายตานั้นเลยแม้แต่น้อย
สีหน้าของชินฮยอนดูเหมือนโทสะจะปะทุขึ้น
“เจ้านี่มัน…”
“ไม่ ข้ามีเรื่องสำคัญจะถามจริง ๆ!”
เมื่อเห็นท่าทีของยองพุง ข้าก็เอ่ยถามออกไป
“มีอะไรหรือ?”
“ตระกูลของสหายน้อย… เป็นตระกูลกู่ใช่หรือไม่?”
“ใช่”
“…หมายถึงตระกูลกู่แห่งซานซีนั่นใช่หรือไม่?”