“ใช่ มันเป็นสถานการณ์ที่จำเป็น… แต่เป็นเรื่องของพวกเราเท่านั้น เจ้าคิดว่าคนอื่นจะเข้าใจหรือ?”
ยองพุงเม้มปากแน่น ไม่เอ่ยคำใดอีก
แต่ดูเหมือนชินฮยอนยังไม่คิดจะหยุด
“ก่อนจะเป็นจอมยุทธ์ เจ้าคือคนของลัทธิเต๋า พรสวรรค์ของเจ้าโดดเด่นเป็นที่ยอมรับ แต่เจ้าควรรู้ไว้ว่าความสามารถเช่นนี้อาจทำให้เจ้าหลงตัวเอง”
“…ขอรับ”
“นี่เป็นคำสอนของท่านประมุขสำนัก เจ้าจะต้องตระหนักไว้เสมอว่าถึงแม้ทุกคนจะยกย่องเจ้าในฐานะมังกรกระบี่แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนในยุทธภพจะเข้าข้างเจ้า”
“ข้าขอโทษ”
“…ดี”
หลังจากตักเตือนเสร็จ ชินฮยอนถอนหายใจแล้วเดินมาหาข้า ก่อนจะโค้งศีรษะลงเล็กน้อย
“ศิษย์หลานของข้าสร้างความเดือดร้อนให้ท่าน ข้าต้องขออภัยด้วย”
เมื่ออีกฝ่ายก้มหัวให้ขนาดนี้ ข้าก็ไม่มีอะไรให้พูดอีก
‘เขาคงตั้งใจทำแบบนี้เพื่อตัดหนทางโต้แย้งของข้า’
ราวกับกำลังตัดสินใจว่า หากจะมีใครต้องลงโทษยองพุง ก็ควรเป็นเขาเท่านั้น
[ไม่เลวเลย]
เสียงวิญญาณดังขึ้นอีกครั้ง
‘อะไรที่ว่าไม่เลว?’
ข้าไม่เข้าใจนักว่ามันกำลังหมายถึงอะไร แต่สุดท้ายข้าก็ถอนหายใจ ก่อนจะพูดขึ้น
“…หากท่านพูดจบแล้ว ข้าก็อยากทราบเช่นกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
สิ่งที่เกิดขึ้นดูไม่ปกติ ข้าจึงต้องหาคำตอบ เพราะอีกฝ่ายถึงกับหยุดรถม้าของข้า การได้รับคำอธิบายย่อมเป็นเรื่องสมควร
ชินฮยอนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มเล่า