หมายความว่า เขาสัมผัสได้ถึงพลังของสำนักฮวาซานจากรถม้าของข้า จึงหยุดขบวนของข้าไว้โดยไม่คิดอะไรให้รอบคอบ
หากเกิดเหตุการณ์สูญหายในสำนักฮวาซาน ยองพุงที่ตัดสินใจหยุดข้าโดยไม่ไตร่ตรองก่อนก็สมควรถูกตำหนิ
ข้าจึงหันไปถามชินฮยอน
“แล้วท่านคิดว่าอย่างไร?”
เมื่อได้ยินคำถาม ชินฮยอนสูดหายใจเข้าลึกก่อนตอบอย่างระมัดระวัง
“เมื่อได้มาดูด้วยตาตนเอง ข้าก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิดเสียแล้ว ข้ารับรู้ได้อย่างแน่ชัด”
กล่าวจบ เขาก็ชี้ไปที่รถม้าของข้า
“หากท่านอนุญาต ข้าอยากขอเข้าไปตรวจสอบภายใน”
“เจ้ารับรู้ได้จากรถม้าของข้าหรือ?”
“ใช่”
“…แต่ยองพุงบอกว่าเขาสัมผัสบางสิ่งจากตัวข้าเช่นกัน ท่านไม่รู้สึกถึงอะไรจากข้าบ้างหรือ?”
“จากตัวของสหายน้อยน่ะหรือ?”
ชินฮยอนขมวดคิ้ว ก่อนจะเพ่งสายตามองข้าอย่างละเอียด
ข้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณจางๆ ที่แผ่ผ่านร่างของข้า คงเป็นพลังที่เขาส่งมาตรวจสอบ ข้าจึงเลือกที่จะไม่ต่อต้าน
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้สัมผัสอะไรผิดปกติ
เมื่อแน่ใจแล้ว เขาก็หันไปทางยองพุง พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
“ศิษย์หลานยองพุง เจ้ารู้สึกถึงอะไรแน่?”
ยองพุงจ้องมองมาทางข้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้ว
“อะไรกัน… ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกอะไรเลย? เมื่อครู่นี้ข้ายังสัมผัสได้ชัดเจนอยู่แท้ ๆ…”
“อย่าพยายามแก้ตัว”
น้ำเสียงเด็ดขาดของชินฮยอนทำให้ยองพุงสะดุ้ง
เขารีบลดเสียงลงและตอบอย่างอ่อนน้อม