“…ขอรับ ข้าขอโทษ คงเป็นเพราะข้าคิดไปเอง”
“หากความเข้าใจผิดนี้นำไปสู่การเสียมารยาท เจ้าควรกล่าวคำขอโทษกับใครล่ะ?”
ยองพุงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยืดตัวตรงและโค้งคำนับให้ข้า
“ขออภัยด้วย สหายน้อย ข้าได้กระทำการล่วงเกินไป”
“ไม่เป็นไร”
ข้ารับคำขอโทษก่อนจะครุ่นคิด
เมื่อครู่ยังสามารถสัมผัสพลังได้ชัดเจน แต่ตอนนี้กลับไม่รู้สึกถึงมันเลย
ราวกับอ่านใจข้าออก วิญญาณก็กล่าวขึ้น
[ข้าไม่ได้บอกแล้วหรือว่าข้ามีวิธี]
ดูเหมือนเป็นเช่นนั้นจริงๆ
ข้าไม่รู้ว่ามันใช้วิธีอะไร แต่พลังที่เคยไหลเวียนออกจากร่างข้า กลับสงบลงและซ่อนตัวอยู่ภายในตันเถียนโดยสมบูรณ์
ปัญหาที่ข้ากังวลมากที่สุด ดูเหมือนจะคลี่คลายไปได้อย่างดี
หลังจากตั้งสติ ข้าก็หันไปบอกชินฮยอน
“ท่านไม่จำเป็นต้องตรวจสอบรถม้าแล้ว”
“…หมายความว่าอย่างไร?”
“ข้ารู้ว่าพลังที่พวกท่านสัมผัสได้คืออะไร ขอให้รอสักครู่”
มูยอนที่จับสังเกตสถานการณ์ได้ไว รีบเดินออกมาจากรถม้าโดยถือกล่องไม้กล่องหนึ่ง
ข้ารับกล่องมาแล้วเปิดฝา เผยให้ทุกคนได้เห็นวัตถุที่อยู่ภายใน
“นี่มัน…!”
ยองพุงเป็นคนแรกที่แสดงปฏิกิริยา ตามมาด้วยชินฮยอน เหล่าศิษย์ฮวาซานที่อยู่ด้านหลังเองก็มีสีหน้าตกตะลึง
“นี่คือศิลาเมิ่งฮวา”
ทันทีที่ผ้าคลุมถูกดึงออก กลิ่นหอมของดอกเหมยก็ลอยคละคลุ้งไปทั่ว พร้อมกับพลังสีชมพูอ่อนที่แผ่กระจายออกมา
ชินฮยอนมองมันด้วยความประหลาดใจ ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกตะลึง