ข้ากลืนประโยคหลังที่อยากพูดออกไป—ถ้าพูดจบ ข้าคงถูกเผาทั้งเป็นแน่
กู่ฮุยบียกมือขึ้นเหมือนจะซัดข้าอีกครั้ง แต่สุดท้ายกลับลดมือลง
อารมณ์หายวับไปแล้วงั้นหรือ? นางยื่นถาดซาลาเปามาตรงหน้า
“เก็บได้ระหว่างทาง กินซะอย่าปล่อยให้มื้อเย็นขาดไป”
“…ซาลาเปามันเป็นของที่เก็บได้ระหว่างทางด้วยหรือ?”
“พูดมากจริง? อยากไหม้เกรียมไปพร้อมกับซาลาเปาไหมล่ะ?”
ก่อนที่นางจะทำจริง ข้าก็คว้าซาลาเปาขึ้นมากัดทันที
ยังร้อนอยู่ แสดงว่าพึ่งนึ่งเสร็จไม่นาน
“…ขอบคุณครับ”
แม้จะรู้สึกแปลกๆอยู่บ้าง แต่ในเมื่อเป็นของที่ตั้งใจเอามาให้ ก็ควรจะขอบคุณ
กู่ฮุยบีหัวเราะเบาๆ ราวกับคำขอบคุณของข้ามันชวนขบขัน
“ขอบคุณงั้นหรือ? ซาลาเปามันอร่อยขนาดนั้นเลย? หรือว่าเพราะไม่รู้กี่ปีแล้วที่เจ้าพูดกับข้าแบบอ่อนโยน?”
ข้าทำแบบนั้นหรือ?
คิดไปก็ไม่น่าแปลกใจอะไรนัก—ช่วงนี้ข้ากำลังเกลียดชังสายเลือดของตนเอง รวมถึงตระกูลกู่ทั้งตระกูล
“ยังไงซะ ข้าก็รู้สึกขอบคุณจริงๆ จะว่าอะไรล่ะ?”
“คำพูดยังดูถากถางเหมือนเดิม… แต่มีเรื่องอะไรกันแน่ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้? หรือเป็นเพราะผู้หญิงตระกูลนัมกุง?”
คำพูดของกู่ฮุยบีทำให้ข้าสำลักซาลาเปาที่กำลังกินอยู่
“แค่ก… แค่ก!”
“ถึงกับสำลักขณะกินเชียว? ดูท่าจะชอบมากสินะ”
สายตาคมปลาบจับจ้องมา
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? อยู่ดีๆ ทำไมถึงพูดเรื่องนัมกุงขึ้นมาได้? ข้าหวิดตายอยู่แล้วนะ!