ลมพัดผ่านเบาๆ ทำให้ชายเสื้อคลุมของเขาปลิวไสว เผยให้เห็นตัวอักษร “นัมกุง” ที่ถูกปักไว้อย่างสง่างาม
หลังจากตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง นัมกุงจินก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เรื่องของตระกูลกู่ จงลืมมันไปเสีย”
“ท่านพ่อ…?”
นี่เป็นครั้งแรก…
เป็นครั้งแรกที่บิดาของเขาบอกให้ ลืมเรื่องที่เกี่ยวกับความขัดแย้ง!
ทั้งที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา บิดาสั่งสอนให้เขาจดจำความแค้นทุกหยดเลือด ไม่ลืมเลือนแม้เพียงเสี้ยวเดียว
แล้วนี่มันหมายความว่าอย่างไร?
“เมื่อถึงวันที่เจ้ากลายเป็นประมุข เจ้าจะเข้าใจเอง”
“จนกว่าจะถึงวันนั้น อย่าริอาจแตะต้องตระกูลกู่โดยพลการ”
“…ขอรับ…”
แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจ แต่นัมกุงชอนจุน ก็รู้ดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งของบิดา
สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือลดศีรษะลงและรับคำ
“ยิ่งไปกว่านั้น… ในอนาคต เราอาจจะต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน”
“…!?”
คำพูดของนัมกุงจิน ทำให้นัมกุงชอนจุนชะงัก
เขาไม่เข้าใจความหมายของประโยคนี้เลย
“…ท่านพ่อหมายความว่าอย่างไร?”
“ที่ประชุมผู้อาวุโส ได้ตัดสินใจเรื่องการแต่งงานของพี่สาวเจ้าแล้ว”
“…ท่านพ่อ!?”
เขาเผลอเปล่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาเยียบเย็นของบิดา เขาก็รีบปิดปากของตนเองทันที
แม้มันจะเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่นี่คือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้