“อึก…!”
ข้าบิดแขนที่กำลังจับอยู่เพิ่มแรงกดลงไปอีก ทำให้นัมกุงชอนจุนครางออกมาอย่างเจ็บปวด
“จะเอายังไงดี?”
ข้าสามารถหักแขนของเขาได้ทันที หรือจะถอดกระดูกหัวไหล่ออกไปเลยก็ยังได้
แน่นอนว่าข้าไม่สามารถทำให้แขนของเขาใช้การไม่ได้ตลอดชีวิต เพราะนั่นจะเป็นปัญหาตามมา แต่…
“การปล่อยเขาไปง่าย ๆ ไม่เคยอยู่ในตัวเลือกของข้าแต่แรกแล้ว”
หากศัตร้าถึงกับเผยจิตสังหารออกมาแล้ว แต่ข้ากลับปล่อยผ่านไปง่าย ๆ งั้นหรือ?
นั่นมันก็แค่ไอ้โง่เท่านั้นแหละ
“กูจอลยอบ…!”
ขณะที่ข้ากำลังพิจารณาว่าควรจะทำอย่างไรต่อ ถังจูยอก ก็รีบพุ่งเข้ามาแทรก
“หยุดแค่นี้เถิด ท่านเห็นแล้วมิใช่หรือ? การประลองครั้งนี้…”
ข้าหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ คำพูดของเขามันน่าขันเกินไป
เสียงหัวเราะของข้าทำให้ถังจูยอกชะงักไปครู่หนึ่ง
ข้าหรี่ตาลง มองตรงไปที่เขาก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“เจ้าไม่ได้รู้สึกถึงจิตสังหารที่ไอ้หมอนี่ปล่อยออกมางั้นหรือ? ไม่จริงน่ะสิ”
“…”
ถังจูยอกเม้มปากแน่น ไม่สามารถตอบกลับมาได้
ระดับฝีมือของเขาไม่มีทางพลาดเรื่องนี้แน่
ข้าเลยยิ้มเย็นก่อนจะกล่าวต่อ
“มันถ่ายเทพลังลงกระบี่และปล่อยจิตสังหารออกมา แล้วเจ้าจะให้ข้าปล่อยเขาไปง่าย ๆ อย่างนั้นรึ?”
หากเป็นนักสู้ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้สิ่งนี้ผ่านไปได้
เมื่อมีคนยกอาวุธขึ้นหมายจะฆ่าเจ้า แต่เจ้ายังเลือกที่จะเมินเฉย—
นั่นมันไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย