“เจ้าคงไม่เข้าใจหรอก…แต่ข้าไม่จำเป็นต้องให้เจ้าเข้าใจ”
ข้ากล่าวกับถังจูยอกพลางตัดสินใจ
ข้าดึงพลังปราณจากตันเถียนขึ้นมาห่อหุ้มฝ่ามือ
…มันเป็นปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ต่างจากที่นัมกุงชอนจุนใช้ในตอนแรก
-กร๊อบ!!
“อ๊ากกกกก!!!”
แขนของนัมกุงชอนจุนหักในทันที
ร่างของเขาสั่นระริก ก่อนที่เสียงกรีดร้องที่มาช้าไปหน่อยจะดังก้องไปทั่ว
เสียงของเขาน่ารำคาญเกินไป ข้าจึงฟาดสันมือเข้าที่ต้นคอของเขา ส่งให้เขาสลบไปในทันที
ถังจูยอกถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางใช้มือปาดหน้าของตัวเองอย่างหนักใจ
…ก็แน่ล่ะ เขาให้ยืมสนามประลอง แต่กลับเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้น จะปวดหัวก็ไม่แปลก
แต่ถึงอย่างไร นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ข้าจะต้องปล่อยไอ้เวรนี่ไปง่าย ๆ
‘นี่ข้าทำเรื่องใหญ่ไปหรือเปล่านะ?’
ทันใดนั้น ข้านึกถึงคำเตือนของผู้อาวุโสสอง…
“อย่าก่อเรื่อง”
…อ่า ให้ตายเถอะ ข้าเผลอลืมไปเลย
ถ้าข้าบอกว่าข้าทำให้ลูกชายตระกูลนัมกุงกลายเป็นก้อนเนื้อเลือดเลอะเทอะ ผู้อาวุโสสองจะพูดว่าอะไรนะ?
‘ก็ไม่ได้ฆ่ามันนี่นา’
…ใช่ เขาคงพูดแบบนั้น
ตอนนี้สถานการณ์เป็นแบบนี้ ข้าก็สงสัยอยู่ว่าทางฝั่งนัมกุงจะหาทางเอาคืนหรือไม่
แต่เมื่อนึกถึงหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันแล้ว ก็คงไม่น่าจะเกิดปัญหาใหญ่
‘มีพยานอยู่ และเป็นมันที่ก้าวข้ามเส้นมาก่อน’
ที่สำคัญ…ถึงอย่างไร “นัมกุง” ก็คงไม่กล้าแตะต้อง “ตระกูลกู่” อย่างง่าย ๆ