—ตะเกียบในมือของนัมกุงชอนจุนหักเป็นสองท่อน
ถังจูยอกที่เห็นเข้าก็เอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ
“อา ตะเกียบคงอยู่ในสภาพไม่ดีสินะ”
“ไม่หรอกขอรับ ข้ามักจะออกแรงจับตะเกียบมากไปหน่อยอยู่แล้ว”
“ขอโทษนะชอนจุน เดี๋ยวข้าให้คนไปเอาคู่ใหม่มาให้”
“ไม่เป็นไรขอรับ ท่านพี่ ข้าต่างหากที่ต้องขออภัยที่เผลอทำลายข้าวของโดยไม่ตั้งใจ ต่อไปข้าจะระวังให้มากขึ้น”
แม้จะเอ่ยคำพูดสุภาพ แต่สายตาของเขากลับหันมามองข้าด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน
ข้าเพียงยิ้มเล็กน้อย จากนั้นจึงคีบเนื้อปลาย่าง ที่นัมกุงบีอาให้มาใส่ปากต่อหน้ามัน
—ดวงตาของมันกระตุกอย่างเห็นได้ชัด
ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าอะไรทำให้นัมกุงชอนจุนหัวเสียถึงเพียงนี้ ข้าไม่สนใจสายตาของเขา และคีบแต่อาหารที่ไม่เผ็ดมากนักไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดมื้ออาหารก็จบลง ข้าอยากจะลุกออกไปทันที แต่แน่นอนว่าการเชิญครั้งนี้ของถังจูยอกไม่ใช่แค่เพื่อกินข้าวเฉย ๆ
เพราะงานนี้เป็นการรวมตัวกันของตระกูลนัมกุง ตระกูลกู่ และตระกูลอื่น ๆ ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลถังในเสฉวน ถึงแม้จะไม่ใช่งานใหญ่โต แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันเป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกัน
หลังจากมื้ออาหารจบลง บทสนทนาก็เริ่มขึ้น แน่นอนว่าคำถามส่วนใหญ่พุ่งตรงไปที่นัมกุงชอนจุน ในฐานะที่เป็นทายาทสายตรงของหนึ่งในสี่ตระกูลสูงศักดิ์ เขาย่อมได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ นัมกุงบีอาเองก็ถูกถามเช่นกัน ทว่า—