สายตาที่มองลงมายังข้าเต็มไปด้วย ความเกลียดชังและความรำคาญ อย่างไม่ปิดบัง
–กึก
มือของเขาที่จับแขนข้าอยู่ค่อย ๆ ออกแรงบีบแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
…ดูเหมือนว่า ถ้าข้าไม่ยอมไปดี ๆ เขาจะบังคับพาข้าไปให้ได้
‘เอาไงดีล่ะ’
น่ารำคาญ… น่าหงุดหงิดจริง ๆ
ช่วงนี้พวกที่ชอบหาเรื่องข้าทำไมถึงได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กันนะ?
ข้าพยายามจะใช้ชีวิตโดยสงบแท้ ๆ
แต่ถ้าพวกมันยังคงก้าวก่ายแบบนี้… มันจะไม่ดีแน่
ข้าสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจาง ๆ ที่เขาปล่อยออกมา
เดิมทีข้าคิดว่า แม้เขาจะเป็นคนบ้าบิ่นไปหน่อย แต่บางทีอาจจะเป็นประโยชน์กับข้าในภายภาคหน้า เลยยังไม่คิดจะแตะต้องเขา
เพราะเขายังแบกชื่อของตระกูลนัมกุงอยู่
แต่ถ้ายังทำตัวน่ารำคาญแบบนี้…
ข้าเริ่มอยากจะซัดหน้าเขาสักหมัดแล้วสิ
…หรือบางที ข้าอาจจะไม่จำเป็นต้องหยุดแค่หมัดเดียวก็ได้
–ฟึ่บ!
ข้าเผลอปล่อยจิตสังหาร ออกมาเพียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
เพียงเท่านั้นเอง—
นัมกุงชอนจุนก็เบิกตากว้างและถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
…อา นี่มันพลาดจริง ๆ
ข้าพยายามสงบจิตใจและรวบรวมลมปราณกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปเสียแล้ว
สายตาของนัมกุงชอนจุนยังคงจับจ้องข้าด้วยความตื่นตะลึง
ร่างกายนี้ยังเยาว์วัยเกินไป ทำให้ข้ายังควบคุมอารมณ์และพลังที่แสดงออกมาได้ไม่สมบูรณ์