หลังจากได้ยินคำอธิบาย ข้ายิ่งรู้สึกไม่อยากไปมากขึ้นไปอีก
ให้ตายเถอะ ข้าบ้าหรือไรถึงจะไปนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับพวกนี้?
สีหน้าของนัมกุงชอนจุนดูจะไม่สบอารมณ์ทันทีที่ข้าปฏิเสธ
อารมณ์ของเขาชัดเจนเสียจนข้าแทบจะได้ยินเสียงในใจว่า “หึ เจ้ากล้าปฏิเสธข้าอย่างนั้นรึ?”
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคุมสีหน้าให้กลับเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว
“ข้าไม่มีอารมณ์จะกินน่ะ”
“แต่การได้กระชับสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายธรรมะก็นับเป็นเรื่องดีมิใช่หรือ? คุณชายกู่”
“ข้าค่อนข้าง…เป็นคนเข้ากับคนยาก ข้าชอบกินข้าวเงียบ ๆ มากกว่า”
“เข้ากับคนยาก…?”
ประโยคนี้ทำให้นัมกุงบีอาเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแทน
ข้าหรี่ตาจ้องนางทันที และนางก็หลบตาไปอย่างรวดเร็ว
“ยังไงก็ตาม ข้าไม่ไปแน่นอน พวกเจ้าก็ไปกันตามสบายเถอะ”
พรุ่งนี้ช่วงบ่ายพิธีทัพศาสตราถังจะเริ่มขึ้น
ก่อนถึงเวลานั้น ข้าคิดว่าจะกินอะไรง่าย ๆ แล้วใช้เวลาที่เหลือในการฝึกฝนให้เสร็จสมบูรณ์ดีกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น หากข้าต้องไปกินข้าวกับพวกนั้น ข้าคงไม่อาจรักษาความสงบของจิตใจเอาไว้ได้แน่
สุดท้าย หลังจากข้ายืนยันปฏิเสธไปหลายครั้ง สีหน้าของนัมกุงชอนจุนก็ดูจะเริ่มแตกร้าว
เขาขยับเข้ามาใกล้ข้ามากขึ้น
“อย่าทำเช่นนี้เลย ไปกินข้าวด้วยกันเถอะ”
ขณะกล่าว เขาก็เอื้อมมือมาจับแขนข้า
แน่น…แน่นมาก
เพราะเป็นจุดที่อยู่นอกระยะสายตาของนัมกุงบีอา สีหน้าของเขาจึงไม่มีการเสแสร้งอีกต่อไป