บุรุษเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่น พวกเขาคือจอมยุทธ์จากตระกูลนัมกุง ตระกูลที่เป็นเจ้าของมณฑลอันฮุยและถือเป็นหนึ่งในตระกูลชั้นสูงที่เป็นตัวแทนของฝ่ายธรรมะ
เช่นเดียวกับที่พวกเราสังเกตเห็นพวกเขา เหล่าคนจากนัมกุงเซก็ตกใจที่พบพวกเราเช่นกัน
ทันใดนั้น บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาหานัมกุงบีอา
“พี่หญิง…!?”
เป็นชายหนุ่มที่ดูอายุไล่เลี่ยกับข้า ใบหน้าของเขามีเสน่ห์เฉียบคม ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นชา ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่
พูดให้ชัดคือ เขาคล้ายกับนัมกุงบีอามาก หากนางเป็นบุรุษ คงมีใบหน้าแบบเขาไม่มีผิด
นัมกุงบีอาชูมือขึ้นเล็กน้อยแล้วโบกทักทาย
“สวัสดี… ชอนจุน”
“พี่หญิงหายไปที่ไหนกันแน่! ท่านรู้หรือไม่ว่าผู้คนในตระกูลตามหาท่านกันขนาดไหน!?”
“ขอโทษนะ… ข้าหลงทางน่ะ”
นัมกุงบีอาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่นัมกุงชอนจุนกลับยกมือขึ้นกุมขมับราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“ข้าก็บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเราควรมัดเชือกเดินไปด้วยกัน!”
…เชือก?
ข้าไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม? หมายความว่าพวกเขาเคยคิดจะมัดนางไว้เหมือนสัตว์เลี้ยงงั้นรึ?
แต่พอคิดดีๆ แล้ว กับระดับของคนที่หลงทางได้ถึงขนาดนี้… มันก็อาจจะสมเหตุสมผลอยู่
นัมกุงบีอาส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบา ๆ
“…แต่มันน่าอายนี่ ข้าไม่อยากเดินไปทั้งที่ถูกมัด”