ยิ่งไปกว่านั้นข้าเป็นถึงยอดฝีมือระดับหนึ่ง ดังนั้นหากเขาจะหายตัวไปจากสายตาข้า นั่นหมายความว่า
เขาต้องมุดลงดิน หรือไม่ก็กระโจนขึ้นฟ้า
…หรือไม่ก็
‘เร็วกว่าข้า…?’
เป็นไปไม่ได้
เคล็ดเพลิงอัคคีเก้ากงล้อเน้นการทำลายล้าง ขณะที่เคล็ดเพลิงบรรพชนเน้นความเร็ว
ไม่มีทางที่เขาจะเร็วกว่า
เพียะ!
“อึก!!”
แรงกระแทกพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของข้าทันที
โลกทั้งใบสั่นไหว
ข้าเซถลาพร้อมกับพลังภายในที่รวบรวมไว้แตกกระเจิง
เข่าของข้าทรุดลงกระแทกพื้น
แหมะ… แหมะ…
หยดสีแดงร่วงลงสู่พื้นดิน
ข้ากำลัง… กำลังเลือดกำเดาไหล…!
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน…”
สายตาของข้ายังคงพร่ามัว โลกทั้งใบยังคงสั่นคลอน
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“ประลองกันอยู่แท้ๆแต่เจ้ากลับเอาแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ข้าควรจะฆ่าเจ้าดีไหม?”
กู่หยางชอนยืนอยู่ตรงหน้า
เขาไม่ได้รีบเร่งเข้าจู่โจมต่อ แต่กลับจ้องมองข้าอย่างนิ่งเฉย
“ข้าตั้งใจเบี่ยงหมัดให้ไม่โดนคางแล้วนะ แล้วเจ้าจะทำเป็นอ่อนแอไปทำไม รีบลุกขึ้นมาได้แล้ว”
ข้ารวบรวมสติกลับมา แล้วฟาดกระบี่ไม้เข้าใส่เขา แต่เมื่อกระบี่ปราศจากพลังปราณแล้ว กระบี่ก็เป็นเพียงแค่เศษไม้เท่านั้น
ฉับ!
กู่หยางชอนคว้าข้อมือข้าก่อนที่ดาบจะฟาดลงมา
ไม่มีเวลาให้ข้าคิด
เพียะ!
กำปั้นของเขาฟาดซ้ำเข้าไปที่ใบหน้าของข้าอีกครั้ง
“อึก…!”
ศีรษะของข้าสะบัดขึ้นตามแรงกระแทก ก่อนที่ร่างของข้าจะถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป