“นี่เจ้าหาเรื่องข้าอยู่สินะ”
“ข้าได้ยินว่าท่านชนะกู่ยอนซอแต่นั่นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น”
“ใช่ ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
“แต่ดูเหมือนว่าท่านปู่ของข้าจะไม่ได้คิดเช่นนั้น นั่นจึงเป็นปัญหา”
“ใช่ๆข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
กู่จอลยอบหรี่ตาจับจ้องข้า คล้ายจะจับพิรุธ
อา…ดูเหมือนว่าข้าจะตอบไปแบบขอไปทีจนถูกจับได้
ไม่นานนัก เขาส่ายศีรษะสองสามครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดต่อ
“ข้าไม่ต้องการรังแกคนอ่อนแอ แต่ข้ายิ่งไม่ต้องการให้คนอ่อนแอได้เป็นผู้นำตระกูล”
“เจ้าแน่ใจนะว่าจะพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคนของตระกูลหลัก?”
มันเป็นคำพูดที่อันตรายเกินไปสำหรับการกล่าวออกมาตรงๆ
ฟึ่บ!
กระแสความร้อนพุ่งผ่านแก้มของข้า
มันมาจากตัวกู่จอลยอบ
ถึงแม้จะเป็นไฟเหมือนกัน แต่สิ่งนี้ต่างจากเคล็ดเพลิงอัคคีเก้ากงล้อที่ถ่ายทอดเฉพาะให้กับสายเลือดหลักของตระกูล
สิ่งที่กู่จอลยอบฝึกฝนนั้นคือ เคล็ดเพลิงบรรพชน
แม้ว่าทั้งสองวิชาจะเกี่ยวข้องกับไฟเช่นกัน แต่เคล็ดเพลิงบรรพชน มุ่งเน้นไปที่การควบแน่นพลังและเพิ่มความเร็ว ต่างจากเคล็ดเพลิงอัคคีเก้ากงล้อที่เน้นพลังทำลายล้าง
‘ระดับพลังของเขา… สามดารา?’
ความร้อนที่แผ่ออกมาจากกู่จอลยอบบอกให้ข้ารู้ว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับกู่ยอนซอ
ข้ากำลังคิดอยู่ว่าควรยอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ดีหรือไม่…
[…เรื่องที่เจ้าเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้]
จู่ๆกระแสจิตของอาวุโสสองก็ดังขึ้นมา