ข้ารู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา เลยเลือกที่จะเมินเฉยและหันหลังกลับไปยังลานฝึกซ้อมของตัวเอง
ทว่าอาวุโสสองเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
“ไหนๆ เขาก็มาถึงที่นี่แล้ว เจ้าจะลองประลองสักครั้งไม่ได้หรือ?”
คำพูดของเขาฟังดูไม่เข้าท่าเอาเสียเลย
ข้ามองไปที่เขาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย พบว่าบนใบหน้าเต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้
‘เจ้านี่ก็ต้องมีแผนอะไรสักอย่างอีกแน่’
“อาวุโสสอง ท่านต้องการให้ข้าถูกซัดจนนอนกองกับพื้นหรืออย่างไร? ทำไมต้องทำกับข้าแบบนี้?”
อาวุโสสองเหลือบมองไปที่กู่จอลยอบสลับกับข้า ก่อนจะยิ้มออกมาและกล่าว
“ตาแก่อย่างข้าคิดว่าเจ้าไม่น่าจะถูกซัดล้มง่ายๆหรอก”
เจ้าคนแก่เจ้าเล่ห์นี่!
ข้าหรี่ตาลงอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันไปมองกู่จอลยอบอีกครั้ง…
แค่สบตาสั้นๆ ก็รู้ได้ทันที
‘เรื่องนี้คงจะยุ่งยากหน่อยแล้วล่ะ’
ข้าแน่ใจแล้ว… เจ้าคนโชคร้ายนี่แข็งแกร่งกว่ากู่ยอนซอแน่นอน
ถึงข้าจะไม่มีความสามารถพอที่จะประเมินพลังลมปราณของเขา หรือวัดระดับวรยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ แต่สัญชาตญาณของข้ากำลังบอกเช่นนั้น
หากว่ากันในแง่ของพลังภายในและความชำนาญในวรยุทธ์แล้วกู่ยอนซออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ
แต่ก็ใช่ว่านั่นจะหมายความว่ากู่ยอนซอแข็งแกร่งกว่า…
การที่ข้าหลบการโจมตีของกู่ยอนซอและเอาชนะเขาได้ ก็เป็นเพราะเรื่องนี้เช่นกัน
“อย่างไรก็ตาม ข้าจะไม่ประลอง” ข้าประกาศเสียงหนักแน่น “ข้าไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับเรื่องการเมืองไร้สาระแบบนี้”