ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ลานฝึกซ้อมเพื่อประลอง ข้าก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา ทำไมข้าถึงเป็นพวกที่พูดอะไรไปก่อนแล้วค่อยมาเสียใจทีหลังอยู่เรื่อยนะ
ช่างเป็นนิสัยที่ข้าไม่ชอบในตัวเองจริงๆ
กึก กึก
ข้าหมุนตัวไปมา ขยับร่างกายให้คลายตัว เสียงกระดูกลั่นเบาๆ ตามข้อต่อ
ขณะนั้นเอง ข้าสังเกตเห็นว่าอาวุโสสองกำลังมองข้าด้วยสายตาแปลกๆ
“ทำไมท่านถึงอยากให้ข้าประลองนัก?” ข้าถามขึ้น
“ตาแก่อย่างข้าไม่ได้บังคับ เจ้าเป็นคนตัดสินใจเอง”
“แต่ท่านเป็นคนพูดจาหว่านล้อมให้ข้าทำไม่ใช่หรือ? อีกทั้งท่านยังไม่คิดจะห้าม กลับดูสนุกเสียด้วยซ้ำ แบบนี้จะไม่ให้ข้าโทษท่านได้อย่างไร?”
ข้าจงใจย้อนคืนคำพูดที่อาวุโสสองเคยกล่าวกับข้า หลังจากที่ข้าต่อยหน้าพวกตระกูลเผิงในงานประชุมสมัชชาเก้ามังกร
และดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจดี
“ฮ่าๆ ! ถูกของเจ้า ข้าก็มีส่วนผิดอยู่เหมือนกัน”
“แล้วทำไมท่านถึงอยากให้ข้าประลองกันแน่?”
[…เพราะอาวุโสหนึ่ง]
จู่ๆอาวุโสสองก็ใช้กระแสจิตคุยกับข้า ทำให้ข้ารู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
นานแล้วที่ข้าไม่ได้สื่อสารด้วยวิธีนี้
“หมายความว่าอย่างไร?” ข้าถามออกมาโต้งๆเพราะข้ายังไม่มีระดับพอจะตอบกลับด้วยกระแสจิต
ทำให้อาวุโสสองมองข้าด้วยสายตาเอือมระอา
[…เจ้าไม่คิดจะตอบกลับข้าเป็นกระแสจิตเลยหรือ? อย่างน้อยก็พยายามทำให้ดูเหมือนเป็นความลับหน่อยไม่ได้หรือไร?]
“ไม่เห็นจะสำคัญตรงไหน”
…อาวุโสสองพ่นลมหายใจออกมาเบาๆอย่างจนใจ