ข้าจงใจหาเรื่องแหย่ แต่โทอุนชูกลับเพียงแค่หัวเราะโดยไม่กล่าวอะไร
ข้าเองก็ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด แม้ว่าจะยังสามารถพูดจาต่อความได้อีกมาก แต่ข้าเองก็อยากให้ธุระนี้จบลงโดยเร็ว
ข้าก้าวขึ้นไปยังชั้นสองของอาคารตามหลังโทอุนชู ต่างจากชั้นล่างที่เต็มไปด้วยฝุ่นและความเก่าคร่ำคร่า ชั้นสองกลับสะอาดสะอ้านเป็นพิเศษ
เมื่อข้านั่งลงแล้ว สมาชิกของพรรคฮ่าวเหมินก็รีบยกชาเข้ามาเสิร์ฟ
แต่มูยอนก้าวขึ้นมาขวางไว้ก่อนที่ข้าจะรับ มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขาไม่เชื่อใจคนของพรรคนี้
การกระทำนั้นทำให้คนของฮ่าวเหมินรู้สึกขุ่นเคืองจนเผลอแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา แต่ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรออกมา เสียงของโทอุนชูก็แทรกขึ้นมาอย่างเย็นชา
“ระวังสีหน้าของเจ้าให้ดี นี่คือแขกคนสำคัญของเรา”
เสียงของนางเย็นเยียบเสียจนแม้แต่ข้ายังรู้สึกได้
“…ขออภัยขอรับ หัวหน้าสาขา”
“ขอโทษข้าไปทำไม? เจ้าควรขอโทษคุณชายกู่ต่างหาก”
“ขออภัยขอรับ คุณชาย”
ข้าสะบัดมืออย่างไม่ใส่ใจเพื่อแสดงว่าไม่ถือโทษ
จากนั้นข้าก็ละสายตาจากลูกน้องของพรรค แล้วจ้องไปที่โทอุนชู
‘น่ารำคาญจริง…’
สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งที่พวกเขาทำอยู่ตอนนี้ก็เป็นเพียงละครตบตากันเท่านั้น
มูยอนทำเช่นนี้ ข้าย่อมรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
รวมถึงการที่โทอุนชูจะคอยตำหนิลูกน้องของนางอย่างรวดเร็ว หรือแม้กระทั่งการแก้ไขคำพูดของลูกน้องให้ถูกต้อง
ทุกสิ่งล้วนเป็นการแสดง