แต่ไม่ว่าข้าจะพยายามตรวจสอบมากเพียงใดข้าก็ไม่พบแม้แต่เศษเสี้ยวของปราณมาร
“หรือว่า…มันน้อยเกินไป?”
หากพิจารณาเรื่องปริมาณ แก่นพลังที่ข้าดูดซับไปเมื่อครู่ก็เป็นแค่ “แก่นมารเขียว” เท่านั้น
พลังที่ได้จากมันเมื่อเทียบเป็นลมปราณยังไม่พอแม้แต่ครึ่งปีของการฝึกฝน
ข้ากำลังจมอยู่กับความคิดจนไม่ได้สังเกตว่ามีใครเข้ามาใกล้
“คุณชาย! ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่!? มีบาดแผลตรงไหนหรือไม่!?”
“ข้าไม่เป็นไรเลย” ข้าตอบโดยอัตโนมัติ
“ข้าบอกแล้วมิใช่หรือ ให้ท่านอยู่ในรถม้า! แล้วเหตุใดท่านถึงต้องกระโจนเข้าสู่การต่อสู้อย่างนั้น! หากได้รับบาดเจ็บจะทำเช่นไร!?”
“ข้าขอโทษ ครั้งหน้าข้าจะระวัง”
ข้ารู้ดีว่ามันเป็นปัญหาของผู้คุ้มกัน “หากเจ้านายดื้อด้าน”สำหรับมู่ยอน ข้าถือว่าเป็นฝ่ายทำให้เขาลำบาก ข้าจึงเอ่ยขอโทษ
แต่ในใจของข้า…ข้ายังคงครุ่นคิด
ข้าหันไปทางซากศพของ “สุนัขเขามาร” ที่มู่ยอนสังหารตั้งแต่แรก
เขาตัดมันอย่างสะอาดด้วยกระบี่แสดงให้เห็นถึงฝีมือของเขา
“คุณชาย?”
ข้าไม่ได้ตอบ แค่เดินไป ใช้กระบี่ไม้แทงทะลุร่างของมัน แล้วควัก “แก่นพลัง” ออกมาอีกครั้ง
“ถึงจะขยะแขยง แต่ข้าต้องลองให้แน่ใจ”
หากจะคิดเข้าข้างตัวเองก็ควรหวังว่าแก่นพลังนี้จะไม่มีปราณมาร
ถ้าปราณมารเข้าสู่ร่าง แม้เพียงน้อยนิด สุดท้ายมันก็จะกัดกินร่างกายทีละน้อยและเมื่อนั้นทุกอย่างจะสายเกินไป
ข้าไม่ลังเลที่จะดูดซับพลังจาก “แก่นมารเขียว” อีกครั้ง