จากในฟีดวีแชตของกลุ่มเพื่อนๆ เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง ในใจของฉันมันยังรู้สึกยากที่จะยอมรับความจริงข้อนี้ได้เลยค่ะ… ยังไงพวกเราก็เคยเรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกันแท้ๆ ไม่คิดเลยว่าจะ…”
ในระหว่างที่กำลังพ่นคำพูดออกมา เกาเสี่ยวฮุ่ยก็หยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาซับหัวตาพลางแสดงสีหน้าท่าทางโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบุคคลที่มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นฆาตกรตัวจริงเป็นครั้งแรกในชีวิต หลินตงเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่าและตื่นเต้น ทว่าสัญชาตญาณความซื่อตรงที่ไม่ยอมแพ้ใครในใจกลับคอยพร่ำบอกตัวเองว่าเธอจะต้องเป็นคนลากคอฆาตกรคนนี้เข้าคุกด้วยตัวเองให้ได้!
“ขอประทานโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณเจอกับกู่เหมิงซิงครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่คะ?”
“เมื่อไม่กี่เดือนก่อนค่ะ เธอนัดชวนฉันออกไปกินข้าวด้วยกัน”
“ถ้าอย่างนั้น…” หลินตงเสวี่ยสมองแล่นคิดหาคำถามต่อไป “ในคืนวันเกิดเหตุ ไม่ทราบว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนเหรอคะ?”
เกาเสี่ยวฮุ่ยอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ “คุณตำรวจคะ คำถามที่คุณเพิ่งถามมาเมื่อกี้มันไม่ดูปุบปับกะทันหันไปหน่อยเหรอคะ? นี่คุณคงไม่ได้กำลังสงสัยในตัวฉันอยู่หรอกใช่ไหม? ฉันกับเธอเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งกี่ปีนับไม่ถ้วนแล้วนะ!”
“ฉันก็แค่ถามไปตามหน้าที่คดีความเฉยๆ ค่ะ!” ใบหน้าของหลินตงเสวี่ยพลันขึ้นสีแดงซ่านด้วยความขัดเขิน
“ตอนนั้นฉัน…” เกาเสี่ยวฮุ่ยแสร้งทำท่าทีนึกทบทวน “ฉันกำลังนั่งร่วมโต๊ะกินเลี้ยงอ