ยู่กับเพื่อนร่วมงานสองสามคนน่ะค่ะ อ้อ… ฉันยังเก็บใบเสร็จรับเงินของร้านอาหารในคืนนั้นเอาไว้อยู่เลย เดี๋ยวฉันจะหามาให้คุณดูนะคะ”
เกาเสี่ยวฮุ่ยเอื้อมมือไปหยิบใบเสร็จรับเงินออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน หลินตงเสวี่ยรับมาไล่ดูวันที่และเวลาที่ระบุอยู่บนนั้นพลางทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องเดินหน้าสืบสวนต่ออย่างไรดี ในระหว่างที่หลินตงเสวี่ยกำลังขบเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเครียด เกาเสี่ยวฮุ่ยก็ส่งยิ้มละมุนพลางเอ่ยถาม “มีปัญหาอะไรตรงไหนอีกไหมคะ? ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวเลิกงานก่อนนะคะ”
“คุณ… เอ่อ… คุณเคยมีเรื่องบาดหมางหรือผิดใจอะไรกับกู่เหมิงซิงมาก่อนบ้างไหมคะ?”
เกาเสี่ยวฮุ่ยแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำถามนั้น “ไม่มีเลยค่ะ อย่างที่ฉันบอกคุณไปนั่นแหละ พวกเราเรียนจบมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเธอก็นับว่าดีมากมาโดยตลอด”
หลินตงเสวี่ยกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ ในจังหวะนั้นเอง เกาเสี่ยวฮุ่ยก็ขยับลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยขอตัว “ขออภัยด้วยนะคะ ฉันคงต้องขอตัวไปก่อน โรงอาหารของโรงพยาบาลถ้าไปช้ากว่านี้เขาจะปิดเตาไม่เสิร์ฟอาหารแล้ว ฉันต้องรีบไปน่ะค่ะ! ขอตัวนะคะ”
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องตรวจก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เฉินซื่อปรากฏกายขึ้นตรงกรอบประตู ใบหน้าของเขามีสีแดงระเรื่อและหอบหายใจถี่ บ่งบอกชัดเจนว่าเขาคงจะวิ่งสี่คูณร้อยเมตรขึ้นตึกมา เฉินซื่อเอ่ยปากขัดขึ้นทันควัน “คุณหมอเกาค