้าขึ้นมานั้นเอง พลันเหลือบไปเห็นคุณยายเก็บของเก่า [3] คนหนึ่งกำลังเดินง่อกแง่กอยู่บนริมถนน มือข้างหนึ่งแบกถุงกระสอบป่านที่อัดแน่นไปด้วยกระป๋องน้ำอัดลมและขวดพลาสติก ทว่าสิ่งที่สะดุดตาก็คือ… คุณยายกำลังสวมใส่เสื้อโค้ทตัวยาวกระดุมสองแถวสีแดงไวน์เบอร์กันดีทรงเข้ารูป ซึ่งดูยังไงก็ไม่เข้ากับบุคลิกและสภาพเนื้อตัวของคุณยายเลยแม้แต่น้อย
เฉินซื่อสังเกตเห็นรายละเอียดสำคัญจุดหนึ่งได้ในพริบตา เสื้อโค้ทตัวยาวกระดุมสองแถวคันนั้นมีแนวรอยเย็บกระดุมเรียงเป็นคู่ขนานกัน ทว่ากลับมีกระดุมเม็ดหนึ่งหลุดหายไป สิ่งนี้มันช่วยจุดประกายความรอบรู้ในสมองของเขาขึ้นมาทันที ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเสียงเบา “หรือว่าสิ่งของที่ผู้ตายถืออยู่ในมือตอนนั้น…”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เฉินซื่อจึงรีบสาวเท้าเดินนำเข้าไปหาคุณยายอย่างรวดเร็วพลางเอ่ยถามด้วยความสุภาพ “คุณยายครับ ขอประทานโทษนะครับ ไม่ทราบว่าเสื้อผ้าที่คุณยายกำลังสวมอยู่นี่… ได้มาจากไหนเหรอครับ?”
คุณยายหันมามองเฉินซื่อด้วยแววตาหวาดระแวงเล็กน้อยและปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ทว่าเมื่อเฉินซื่อยังคงเพียรพยายามถามซ้ำด้วยท่าทางสุภาพอ่อนน้อมอยู่หลายครั้ง ในที่สุดเธอก็ยอมเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงอึกอัก “ยาย… ยายแอบไปคุ้ยเก็บมาจากในถังขยะตอนดึกๆ น่ะ ไอหนุ่มมีธุระอะไรกับยายงั้นเหรอ?”
เฉินซื่อส่งยิ้มละมุน “คุณยายอย่าเข้าใจผิดนะครับ พอดีผมเห็นว่าเสื้อโค้ทตัวนี้ดีไซน์มันสวยถูกใจผมมากเลยครับ คุณย