นสภาพอันทุลักทุเลของเฒ่าประหลาดเสวียนโยวในยามนี้ เขากลับรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นธงวิญญาณอาฆาตในมือของอีกฝ่ายที่ขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ยิ่งทำให้เขาสะใจอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!
“เฉินฉี ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง!”
เมื่อเห็นว่าเป็นเฒ่าเฉิน ความตื่นตระหนกและโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าของเฒ่าประหลาดเสวียนโยวก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เก็บซ่อนเอาไว้ นัยน์ตาทอประกายวูบวาบ
“คนพิการที่เหลือเวลาอยู่ดูโลกอีกไม่กี่ปีอย่างเจ้า กลับกล้ามาหาเรื่องข้า ไม่กลัวว่าต้นกำเนิดพลังจะเหือดแห้ง ตะเกียงหมดน้ำมันหรืออย่างไร?!”
“ตะเกียงหมดน้ำมันงั้นรึ?”
เฒ่าเฉินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
“คนที่ใกล้จะตะเกียงหมดน้ำมัน คงไม่ได้มีแค่ข้าคนเดียวหรอกมั้ง?”
ความโกรธเกรี้ยวพาดผ่านใบหน้าของเฒ่าประหลาดเสวียนโยว เขากำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่เฒ่าเฉินกลับสะบัดฝ่ามือ พุ่งประกายแสงวิญญาณสีเขียวสายหนึ่งออกไป
“เลิกพล่ามได้แล้ว! คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้ากำลังจงใจถ่วงเวลา? ตาเฒ่าวิปริต มารับความตายซะ!”
ในขณะเดียวกัน พื้นดินรอบตัวของเฒ่าประหลาดเสวียนโยวก็ปริแตกออกอย่างกะทันหัน
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
เถาวัลย์สีเทาอมเขียวขนาดเท่าข้อมือพุ่งทะลวงขึ้นมาจากรอยแยก บนพื้นผิวของมันเต็มไปด้วยหนามแหลมคมที่ส่องประกายเย็นเยียบ เถาวัลย์เหล่านั้นเลื้อยพันเข้าหาเฒ่าประหลาดเสวียนโยวราวกับงูเหลือมยักษ์ที่มีชีวิต
“บัดซบ!”