กู้หย่วนยิ้มอย่างไม่แยแส
“กู้เหล่าซานคนนี้มีสันดานอย่างไร เป็นตัวขยะประเภทไหน ต่อให้ข้าไม่พูด ท่านก็น่าจะรู้ดีแก่ใจใช่หรือไม่?”
“เขาเป็นอะไรกับท่าน? แล้วบ้านข้าเป็นอะไรกับท่าน? ถ้าวันนี้ข้ายอมฟังท่าน ข้าก็คงต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบให้ไอ้สุนัขตัวนี้ไปตลอดชีวิตน่ะสิ!”
“เจ้า…”
ผู้ใหญ่บ้านกู้โกรธจนเคราสั่นระริก กำลังจะเอ่ยปากต่อ แต่กู้หย่วนกลับพูดแทรกขึ้นมาว่า
“บอกตามตรง กู้เหล่าซานต้องมีจุดจบแบบนี้ก็เพราะมันทำตัวเอง! กล้ามาแย่งเงินที่จวนตระกูลเฉียนจ่ายชดเชยให้ข้าต่อหน้าต่อตา ไอ้สุนัขตัวนี้ต่อให้ข้าฆ่ามันทิ้งก็ยังถือว่าสมควร! ต่อให้พ่อบ้านอู๋มาเห็นเข้าตอนนี้ เขาก็คงจะตบมือถูกใจเสียด้วยซ้ำ!”
“ที่ข้าแค่ตัดแขนมันทิ้งไปข้างหนึ่ง ก็เห็นแก่หน้าท่านปู่แล้วนะ พูดตามตรง ท่านควรจะขอบคุณข้าที่เมตตามันถึงจะถูก”
ชาวบ้านหลายคนตาค้าง หัวใจเต้นระทึกด้วยความหวาดเสียว ไม่นึกเลยว่ากู้หย่วนจะใจกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ กล้าต่อปากต่อคำกับผู้นำตระกูลอย่างไม่ลดราวาศอก
แถมฝีปากยังคมคายฉะฉาน นี่ใช่กู้หย่วนคนเดิมที่เคยพูดจาเชื่องช้า ทำอะไรทื่อๆ หัวเดียวกระเทียมลีบคนนั้นจริงหรือ?