ทว่าผิดคาด กู้หย่วนไม่เพียงแต่จะไม่สะทกสะท้าน แต่กลับหัวเราะเยาะออกมา
“แก้แค้นคุณชายเฉียนงั้นรึ เรื่องพรรค์นั้นข้าไม่กล้าหรอก”
“ส่วนเรื่องทำเรื่องลับๆ ล่อๆ อะไรนั่น วันๆ ข้าก็เอาแต่เข้าป่าตัดฟืนล่าสัตว์ จะให้ไปทำเรื่องอะไรได้อีกล่ะ?”
“มีแต่พวกแกสองตัวนี่แหละ ที่ทำตัวเป็นหมาพึ่งบารมีนาย เอาชื่อจวนสกุลเฉียนไปแอบอ้างทำเรื่องเลวทรามต่ำช้า ทำให้จวนสกุลเฉียนต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แล้วตอนนี้ยังมีหน้ามาใส่ร้ายป้ายสีข้าอีก พวกแกนี่มันแน่จริงๆ!”
“ลองคิดดูสิว่า ถ้าจวนสกุลเฉียนรู้เรื่องนี้เข้า คนแรกที่พวกเขาจะจัดการคือข้า… หรือว่าพวกแกสองคนกันแน่?!”
พอได้ยินคำว่าหมาสองคนนั้นก็โกรธจนหน้าเขียว ซุนเอ้อผุดลุกขึ้นเตรียมจะสั่งสอนกู้หย่วนให้หลาบจำ
“แก… แกอย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ!”
แต่พอได้ฟังประโยคต่อมาของกู้หย่วน ซุนเอ้อก็ถึงกับตัวสั่นงันงก หน้าซีดเผือด ทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับเก้าอี้ สร่างเมาไปกว่าครึ่ง
ส่วนต่งกุ้ยเองก็สีหน้าดูไม่จืดเช่นกัน
เดิมทีกะจะขู่ให้ไอ้เด็กนี่กลัวจนหัวหด ใครจะไปคิดว่ามันจะฝีปากกล้า ตอกกลับจนพวกเขาไปไม่เป็นแบบนี้