่อและมองไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง “ฉันแนะนำให้คุณทำตัวดี ๆ อยู่ที่ห้องโถงบรรพบุรุษ ไม่เข้ามาแทรกแซงเรื่องของหมู่บ้านเราจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นถ้าเทพเจ้าภูเขาโกรธขึ้นมา คุณก็อย่าได้คิดจะไปจากที่นี่!”
เฝ่ยไป๋ลู่กล่าว “พูดเหมือนกับว่า ถ้าฉันไม่ทำอะไรเลยจะไปจากที่นี่ได้อย่างนั้นแหละ”
“แน่นอน คำสาปของเทพเจ้าภูเขาจะสิ้นสุดในหกวัน ถ้าตอนนั้นคุณยังมีชีวิตอยู่ ย่อมออกไปได้” ซูจือซินกล่าว
เฝ่ยไป๋ลู่ส่ายหัว “รอดออกไปแบบมีชีวิต หรือเป็นศพออกไป?”
ซูจือซินจ้องเฝ่ยไป๋ลู่ด้วยสายตาที่เฉียบคม
เฝ่ยไป๋ลู่สบตากับสายตาของซูจือซิน ดวงตาสว่างสดใสตื่นตัวอย่างมาก “คุณเองก็บอกอย่างชัดเจนไม่ได้ใช่ไหม?”
“เพราะว่าคุณไม่เคยออกไปจากหมู่บ้าน และคนที่ออกจากหมู่บ้านก็ไม่เคยกลับมาเช่นกัน”
“คนเหล่านั้นที่จากหมู่บ้านไปไม่ยอมกลับมาที่หมู่บ้านเสี่ยวเหวิน หรือว่าตายอยู่ข้างนอกทั้งหมด? คุณรู้คำตอบดีกว่าฉันที่เป็นคนนอก”
สีหน้าซูซือจินตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
ลมลึกลับส่งเสียงคร่ำครวญ โคมไฟไม้ไผ่ตรงชายคาประตูส่งเสียงปึงปัง เหมือนกับมีมือนับไม่ถ้วนเคาะและตีอย่างร้อนใจ จนเสียงทับซ้อนกัน
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่สนใจซูจือซินที่ตัวแข็งทื่อไปแล้ว เธอดึงมืออีกฝ่ายมา วางด้ายเงินสี่เส้นลงบนฝ่ามือของซือจิน “นี่คือของจากหมู่บ้านเสี่ยวเหวิน ก็ควรคืนให้เจ้าของเดิม”
เฝ่ยไป๋ลู่ก้าวถอยหลัง มองซูจือซินอย่างจริงจัง “ฉันตกอยู่ในสถานการ