ถามด้วยรอยยิ้ม “ก็นะ ตามรสนิยมของเหล่าเฉาคงไม่ชอบคนอายุน้อยแน่……ดอกเตอร์อายุมากกว่าเขาสักหน่อย ถ้ารูปร่างอวบๆ หย่าร้างมาแล้วด้วย น่าจะถูกใจเขาพอดี บางทีในมหาวิทยาลัยซ่างจิงอาจมีก็ได้นะ?”เฉาเยวียนอยากจะปฏิเสธทันที แต่หลังจากลังเลครู่หนึ่ง เขาก็เงียบและหันหน้าไปทางอื่น“เดาถูกจริงๆ เหรอ?” หลินชีเยี่ยตาโตหูฟังบลูทูธในหูของอันชิงอวี๋สว่างขึ้นทันที เขาจำใจถอดออกแล้วยัดใส่หูของเฉาเยวียนทันใดนั้น เสียงตื่นเต้นของเจียงเอ่อร์ก็ดังก้องในหัวของเฉาเยวียน[เธอชื่ออะไร?! อายุเท่าไหร่? คณะไหน? เป็นนักศึกษาหรืออาจารย์? ไม่……แค่บอกชื่อเธอมา ฉันจะช่วยหาประวัติทั้งหมดให้! มีแค่รูปก็ได้นะ ฉันจะช่วยคัดกรองให้!]เฉาเยวียนถอดหูฟังเงียบๆ แล้วส่งคืนให้อันชิงอวี๋ “อะแฮ่ม……ฉันขอไปลองทำความรู้จักด้วยตัวเองก่อน ถ้าจำเป็นจริงๆ แล้วค่อยบอกพวกนาย”หลินชีเยี่ยและอันชิงอวี๋สบตากัน สีหน้าดูแปลกๆวิชาที่พวกเขากำลังเรียนคือ ‘ปรัชญาเบื้องต้น’ เรียนไปไม่ถึง 15 นาที เฉาเยวียนก็ฟุบหลับคาโต๊ะ หลินชีเยี่ยก็ง่วงจนตาปรือ มีเพียงอันชิงอวี๋ที่ตั้งใจฟังตลอดเวลา ท่าทางจดจ่อของเขาได้รับสายตาชื่นชมจากอาจารย์หลายครั้งโชคดีที่หลี่อี้เฟยไม่ตื่น ถ้าเขาอยู่ที่นี่ เสียงกรนคงดังจนเพดานห้องเรียนสั่นไปหมดหลินชีเยี่ยรู้สึกเบื่อ จึงปล่อยจิตสำนึกเข้าไปในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้า“ติกิคิง ถึงเวลากินยาแล้วครับ”“……”กิลกาเมชมองเด็กชายตัวเล็กที่สูงแค่เอ