วตรงหน้า เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ สูดหายใจลึกสองครั้ง กลืนประโยคที่จะบอกว่า ‘ลากมันออกไปหั่นเป็นชิ้นๆ’ กลับลงคอ“ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ?” อาจูถือถ้วยยา แล้วเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจ“ข้าไม่อยากคุยกับเจ้า”“เอ่อ… งั้นกินยาก่อนสิครับ”“วางไว้เถอะ เดี๋ยวข้าดื่มเอง”“แต่ถ้ายาเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะ!”“ข้ายังไม่อยากดื่มตอนนี้!”“ไม่ได้! ผู้จัดการหลี่สั่งไว้ว่าต้องดูแลคุณให้ดี!”“……”กิลกาเมชกำหมัดแน่นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เมื่อเห็นใบหน้าไร้เดียงสาของอาจู ก็ไม่สามารถสบถคำหยาบออกมาได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการลงมือถ้าเป็นสมัยก่อน ใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้ พอได้ยินคำว่า ‘ติกิคิง’ ก็ต้องถูกลากออกไปจัดการทันที จะมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้?ต้องยอมรับว่าในบางสถานการณ์ ความจริงใจคืออาวุธที่ดีที่สุดกิลกาเมชจำใจคว้าถ้วยยาขึ้นมาดื่มจนหมดในอึกเดียว ใบหน้าบึ้งตึง “พอใจหรือยัง?”“มียาติดที่มุมปากน่ะ เอาทิชชู่เช็ดหน่อยไหมครับ” อาจูยืนเขย่งเท้าส่งทิชชู่ให้ด้วยสองมือกิลกาเมช “……”กิลกาเมชรับทิชชู่มาเช็ดมุมปากอย่างรวดเร็ว แล้วจ้องเขาอย่างดุดัน “ออกไป!”“ครับ!”อาจูอุ้มถ้วยเปล่ากระโดดโลดเต้นออกไปนอกห้องผู้ป่วยกิลกาเมชมองแผ่นหลังของอาจูที่เดินจากไป รู้สึกเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก เขานั่งลงบนเก้าอี้ในห้องผู้ป่วยพลางถอนหายใจอย่างจนปัญญา……ผ่านไปไม่กี่นาที“ผู้เฒ่าเครื่องเล่นเทป! ถึงเวลากินยาแล้วครับ!!”เสียงของอาจูดังก้องไปทั่วดาดฟ้าตึกผู้ป่วยเ