อไป พวกคนหนุ่มสาวต้าเซี่ยของเราคงอ่อนแอจนลมพัดก็ล้มกันหมด”หลู่เมิ่งเหล่ยเลยกระแทกดาบไม้ไผ่ในมือลงบนโต๊ะดังตึง หน้าอกอิ่มกระเพื่อมรุนแรง ดูเหมือนโกรธมาก “ไม่ต้องพูดอะไรมาก……ถ้าหาสมาชิกใหม่ไม่ได้ คราวหน้าเราจะไปแข่งกับชมรมเคนโดมหา’ ลัยหัวชิงได้ยังไง? เขามีสมาชิกเป็นสิบๆ คน พวกเรามีแค่แปดคน……พวกนายจะสู้คนเดียวสิบคนได้เหรอ? หรือว่าอยากทำให้มหา’ ลัยซ่างจิงขายหน้า?”สมาชิกชมรมเคนโดก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไร“ยืนเหม่ออะไรกัน? รีบไปหาสมาชิกใหม่มาเดี๋ยวนี้!”“แต่……แต่ว่าใบปลิวพวกเราหมดแล้วนะครับ”“หมดก็ไปพิมพ์ใหม่สิ! ระหว่างรอใบปลิว ก็ออกไปชวนคนตามถนนด้วย!”“ครับๆ”สมาชิกชมรมเคนโดทำหน้าเซ็ง เดินออกไปตามถนนอย่างไม่เต็มใจ ชมรมเคนโดมีขนาดค่อนข้างเล็ก เต็นท์ก็อยู่ด้านหลังของพื้นที่รับสมัครแทบไม่มีใครสังเกตเห็น“นายอยู่เฝ้าที่นี่ ฉันจะออกไปชวนคนเอง!” หลู่เมิ่งเหล่ยเห็นสภาพขวัญกำลังใจของสมาชิกในชมรมตกต่ำแบบนี้ก็ส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง สั่งให้สมาชิกคนหนึ่งอยู่เฝ้าเต็นท์ ส่วนตัวเองหยิบดาบไม้ไผ่ ก้าวยาวๆ ออกไปกลางถนน“น้องๆ สนใจชมรมเคนโดไหมคะ?”หลู่เมิ่งเหล่ยเลยถือดาบไม้ไผ่ ท่าทางองอาจ สาวสวยแบบนี้ยืนกลางถนน ก็ดึงดูดความสนใจนักศึกษาใหม่ได้ทันทีภายใต้การเชิญชวนอย่างกระตือรือร้นของเธอ มีนักศึกษาใหม่กลุ่มหนึ่งเดินมาที่เต็นท์อย่างสนใจ แต่พอฟังรายละเอียดกิจกรรมชมรมแล้ว ก็รีบหนีแจ้นไปราวกับเห็นงูพิษ ไม่นานเต็นท์ก็กลับมาเ