ชิงอวี๋ยังคงอยู่ในอาการหมดสติและไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นขึ้นมาก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!หลินชีเยี่ยและเฉาเยวียนเพิ่งจะทำความสะอาดเสร็จ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเมื่อหลินชีเยี่ยเปิดประตูออกไป ก็พบเงาร่างที่คุ้นเคยสวมใส่เสื้อคลุมทหารยืนอยู่นอกประตู“เฉินหาน?” หลินชีเยี่ยเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “พวกเราเพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี่เอง คุณรู้ได้ยังไง? ข่าวเร็วจริงๆ?”เฉินหานยิ้มบาง “ที่นี่คือเมืองหลวง จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็หนีสายตาของฉันไปไม่ได้”หลังจากเส้าผิงเกอจากไป เฉินหานก็เข้ามาแทนที่ กลายเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของเมืองหลวง จากการที่เขารู้ได้อย่างรวดเร็วว่าหลินชีเยี่ยและคณะมาถึงเมืองหลวงแล้ว แสดงให้เห็นว่าหัวหน้าหน่วยคนใหม่คนนี้ได้ควบคุมเมืองนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว“มีแค่พวกนายสองคนเหรอ?” เฉินหานมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย “เสิ่นชิงจู่กับไป๋หลี่พั่งพั่งล่ะ?”เฉินหานจำได้ชัดเจนว่าก่อนหน้านี้ตอนฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวง หน่วยม่านราตรีไม่ได้มีแค่นี้หลินชีเยี่ยและเฉาเยวียนสายตาวูบไหวเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า“พี่คนเท่ยังอยู่ในหมอก ส่วนพั่งพั่ง……เขาไปที่สรวงสวรรค์แล้ว”เฉินหานพยักหน้าอย่างครุ่นคิด แล้วกล่าวว่า “ยังไงพวกนายก็มีคนไม่เยอะ งั้นคืนนี้ไปกินข้าวที่บ้านของพวกเราไหม?”หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ มองหน้ากัน จากนั้นก็เหลือบมองอันชิงอวี๋บนเตียง “ก็ดี”อย่างไรเสีย พวกเขาก็มาพักผ่อนอยู่แล้ว อีกทั้งยังไม่มีแผนอื่นๆ บางทีนี่อาจจะเป็นโ