อกาสที่อันชิงอวี๋จะฟื้นขึ้นมาก็ได้หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ พักผ่อนครู่หนึ่ง จากนั้นก็พาตัวอันชิงอวี๋มุ่งหน้าไปยังที่พักของหน่วย 006 อันชิงอวี๋คงไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะถูกลากไปร่วมปาร์ตี้สังสรรค์ ขณะที่ตัวเองยังหมดสติอยู่ฐานที่มั่นของหน่วยเมืองหลวงไม่ไกลจากที่พักของพวกเขา ไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงประตูเรือนสี่ประสานอย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับครั้งก่อน ประตูเรือนสี่ประสานตอนนี้กลับมีใบไม้ร่วงกองสูง ดูเหมือนจะไม่มีใครกวาดมานานแล้วเฉินหานก้าวผ่านบันไดใบไม้แล้วยิ้มอย่างจนใจ “สมาชิกเดิมไปอยู่แนวหน้ากันหมดแล้ว ตอนนี้กำลังคนของเรามีไม่พอ……การรับมือกับสิ่งลี้ลับก็ทำให้เราปวดหัวอยู่แล้ว เรื่องพวกนี้เลยไม่มีใครจัดการ”เขาผลักประตูเรือนสี่ประสานเข้าไป จากนั้นร่างของเขาก็ชะงักค้างอยู่กับที่“เป็นอะไรไป” หลินชีเยี่ยเห็นสีหน้าของเฉินหานเปลี่ยนไป จึงมองเข้าไปในเรือนสี่ประสานด้วยความสงสัยดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยตรงกลางเรือนสี่ประสานมีโลงศพห้าใบวางเรียงกัน ท่ามกลางใบไม้ที่ปลิวว่อน ปรากฏร่างชายหนุ่มคนหนึ่งคุกเข่าลงตรงหน้าโลงศพ กำลังสะอื้นไห้อย่างต่อเนื่อง“นี่คือ……” หลินชีเยี่ยดูเหมือนจะตระหนักได้ถึงบางสิ่ง สายตาปรากฏแววซับซ้อนเฉินหานเดินเข้าไปในในลานบ้านอย่างเงียบๆ มองดูโลงศพหนาทึบทั้งห้าใบ แล้วค่อยๆ เอ่ยว่า “สวีเหลียว นี่มันอะไรกัน”หนุ่มน้อยที่คุกเข่าอยู่ข้างหน้าโลงศพคนนั้น หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ เคยพบมาก่อน เดิ