ผู้บัญชาการจั่วก่อนออกไป ไม่มีเรื่องปลีกย่อยมากนัก คุณเพียงแค่คงรักษา ‘ตาข่ายฝัน’ ต่อไป” หมิ่นจวินเลี่ยงหยุดคิดครู่หนึ่ง “อีกอย่าง หากมีเรื่อง ผมและสหายเก่าของคุณจะช่วยแบ่งเบาภาระ”ได้ยินคำว่า ‘สหายเก่า’ เส้าผิงเกอชะงักไปเล็กน้อยเขาดูเหมือนรู้สึกถึงบางสิ่ง หันไปมอง เห็นหยวนกังนั่งรถเข็น ตัวยังพันด้วยผ้าพันแผล กำลังถูกเข็นเข้ามาช้าๆเมื่อพบเส้าผิงเกอ หยวนกังยิ้มขมขื่นแล้วส่ายหน้า “ทำกรรมอะไรมานะ……ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน ก็ต้องมาทำงานให้คุณอยู่ดี”เส้าผิงเกอเห็นแผลของหยวนกัง สายตาเคร่งเครียด แต่ก็ยังคงยิ้มตอบ“นายยังไม่รู้สึกตัวอีกเหรอ? นายหนีไปจากเงื้อมือฉันไม่ได้หรอก”เส้าผิงเกอเดินไปข้างหลังรถเข็น พยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ที่กำลังเข็น ผู้นั้นรีบถอยออกไป เขาจับด้ามรถเข็น ค่อยๆพาตัวหยวนกังมุ่งหน้าไปยังห้องบัญชาการใหญ่ของด่านเฉินหนาน“บาดแผลของนายเป็นยังไงบ้าง?”“ไม่มีอะไรมาก พักฟื้นสักพักก็หาย” หยวนกังหยุดคิดครู่หนึ่ง “แต่น่าเสียดาย จางเจิ้งถิงและพวก……”เส้าผิงเกอหยุดเดินชั่วครู่ ดวงตาที่ปิดสนิทสั่นไหวเล็กน้อย เอ่ยถามเสียงเบา “พวกเขา……เสียชีวิตหมดแล้วเหรอ?ยังมีใครรอดชีวิตบ้าง?”หยวนกังไม่ได้พูดอะไร เพียงถอนหายใจยาวเส้าผิงเกอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “ทางฝั่งนั้น จัดการเรื่องศพเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“จัดการแล้ว กำลังส่งร่างของพวกเขากลับไปยังฐานทัพ รอจนสงครามสิ้นสุด จะมอบเหรียญกล้าหาญให้”“……เข้าใจแล้ว”หยวนก