ในระเบียงทางเดินที่มืดสลัว มอลลี่นับป้ายหมายเลขห้อง จนในที่สุดก็หยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งเธอก้มหน้าลังเลอยู่หน้าประตูเป็นเวลานาน สุดท้ายก็รวบรวมความกล้าเคาะประตูก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!เสียงเคาะเบาๆ ดังก้องในระเบียงทางเดิน จากนั้นบริเวณรอบข้างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดมอลลี่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเร็วขึ้นในความมืด เธอพยายามเรียบเรียงคำพูดในใจฝ่ามือมีเหงื่อซึมออกมาหนึ่งวินาที… สองวินาที… สามวินาที……มอลลี่ยืนอยู่หน้าประตูประมาณครึ่งนาที แต่ประตูห้องนั้นก็ยังไม่เปิดออกมาเธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเคาะประตูอีกครั้งด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมหลังประตูยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆมอลลี่เม้มริมฝีปากเบาๆ เธอสูดหายใจลึกแล้วเอ่ยปากขึ้นก่อน“หลินชีเยี่ยบอกว่าร่างกายนายไม่ค่อยสบาย ฉันเลยเอากล่องยามาให้ แล้วก็ต้มโจ๊กมาด้วย… เปิดประตูหน่อยสิ”หลังจากพูดจบ มอลลี่ก็ยืนรออยู่หน้าประตูเป็นเวลานานนอกจากเสียงอึกทึกที่ดังมาจากลานกว้างในระยะไกล ระเบียงทางเดินก็เงียบสงัดไร้สุ้มเสียง“ไป๋หลี่พั่งพั่ง?” มอลลี่ลองเรียกดูอย่างระมัดระวัง “ถ้าไม่อยากเจอฉัน ก็แค่บอกมาจากข้างในก็ได้… ได้ยินไหม?”มอลลี่รอมาพักใหญ่ เห็นว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหว ดวงตาจึงฉายแววกังวลเรียกขนาดนี้ยังไม่มีการตอบสนอง… ไม่ใช่ว่าเขาคงไม่ได้หมดสติอยู่ข้างในหรอกนะ?“ฉัน… ฉันจะเข้าไปแล้วนะ?” มอลลี่วางมือลงบนลูกบิด ลองหมุนดู แต่กลับพบว่าถู