ำลังจะด่าอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก็กลืนคำพูดกลับลงคอไปนักโทษกลุ่มนั้นพากันหุบปาก ถอยออกไปสองข้างอย่างนอบน้อม เปิดทางให้กว้าง โดยเฉพาะชายที่ชนเด็กหนุ่มถึงกับก้มหน้าจนคางจรดอก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงเด็กหนุ่มปัดฝุ่นที่ไหล่เบาๆ เหลือบมองชายคนนั้นแวบหนึ่ง แล้วเดินออกไปนอกโรงอาหารโดยไม่พูดอะไรเมื่อเขาเดินห่างออกไป เหล่านักโทษถึงได้ถอนหายใจยาว ร่างกายที่แข็งเกร็งค่อยๆ ผ่อนคลายลงด้านหลังกลุ่มคน นักโทษหนุ่มที่เพิ่งเข้าศูนย์ไจเจี้ยได้ไม่นาน มองตามเงาร่างที่เดินจากไปอย่างสงสัย ถามด้วยความไม่เข้าใจ “พี่หลง ไอ้เด็กเตี้ยนั่นมันเป็นใครกัน? แค่ชนกันหน่อยเดียว พวกเราต้องกลัวขนาดนี้เลยเหรอ?”“แกไม่รู้อะไรหรอก!” ชายหน้าดุที่นำหน้าเช็ดเหงื่อที่ขมับ จ้องตาเขม็ง “แกเพิ่งเข้ามา มีหลายเรื่องที่แกยังไม่รู้ ฟังฉันให้ดี ในศูนย์ไจเจี้ยนี่ แกจะไปหาเรื่องนักโทษคนอื่น หาเรื่องผู้คุม หรือแม้แต่บ้าระห่ำแหกคุกก็ยังได้……แต่มีแค่สองคนที่ห้ามยุ่งเด็ดขาด เจอแล้วต้องเดินหลีกทาง คนหนึ่งคือผู้ชายที่สวมชุดผู้ป่วยโรคทางจิต ผมเผ้ารุงรัง พูดคนเดียวเหมือนคนบ้า อีกคน……ก็คือเด็กหนุ่มคนนั้น”“คนบ้ากับเด็กน้อยที่ขนยังไม่ขึ้นเนี่ยนะ?” นักโทษหนุ่มถามอย่างงุนงง “ทำไมกัน?”เมื่อได้ยินคำพูดนั้น สีหน้าของชายดุร้ายพลันเปลี่ยนไป เขาตบศีรษะนักโทษหนุ่มพลางด่าทออย่างหัวเสีย “ทำไมงั้นเหรอ? แกย้อนถามฉัน? ถ้าแกไม่อยากตื่นมาพบว่าร