่างกายถูกแขวนอยู่บนหลังคาแค่ครึ่งเดียว ก็รีบหุบปากซะ! ถ้าแกอยากตาย ก็ไปตายคนเดียว อย่าลากพวกเราไปด้วย ไปไป๊!”นักโทษทั้งหลายผลักเขาออกไปแล้วรีบเดินเข้าโรงอาหาร ราวกับกำลังหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างลานกิจกรรมกลางแจ้งอูเฉวียนนั่งลงบนก้อนหินที่มุมหนึ่ง แสงแดดที่ส่องกระทบร่างกายให้ความอบอุ่น เขาค่อยๆ หลับตาลง ผ่อนคลายทั้งตัวหลังจากที่อูเฉวียนนั่งลง นักโทษทั้งหมดในรัศมีห้าสิบเมตรต่างลุกขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ราวกับกำลังหลบเลี่ยงภัยพิบัติ พวกเขาค่อยๆ เว้นที่ว่างให้เขานั่งอยู่คนเดียวที่มุมหนึ่ง อาบแดดแล้วเริ่มพักกลางวันไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ เสียงกรอบแกรบดังมาจากข้างหู อูเฉวียนลืมตาขึ้น เห็นร่างที่สวมชุดผู้ป่วยลายทางสีขาวน้ำเงินอยู่ไม่ไกล กำลังถือพลั่วของเล่นขนาดเล็ก ตั้งใจขุดวัชพืชที่พื้นเมื่อเห็นร่างนั้น อูเฉวียนลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกเดินไปข้างกายอีกฝ่าย“อู๋เหลาโก่ว คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอ?”“ฉันกำลังช่วยย้ายบ้านให้ต้นหญ้าน้อย” อู๋เหลาโก่วชี้ไปยังเงาที่ทอดยาวบนกำแพงที่อยู่ไกลออกไป พลางพูดอย่างจริงจัง “ตรงนี้แดดส่องไม่ถึง ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป มันจะไม่เติบโต”“……”อู๋เหลาโก่วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันไปถาม “ได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน นายฟันนักโทษสิบกว่าคนเป็นสองท่อน แล้วยังเอาไปแขวนไว้บนหลังคาด้วย?”อูเฉวียนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ “พวกเขามาหาเรื่องก่อน ตอนแรกผมไม่ได้ตั้งใจจะต่อต้า