งตัว ถังอวี่เซิงที่ถือหอกฟางเทียนฮว่าจี่ก็พุ่งดิ่งลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับคลื่นยักษ์ลมพัดเส้นผมสีดำของเขาปลิว ชุดขาวสะบัดพลิ้วไหวตามแรงลม สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนเคย ไม่แสดงอารมณ์ใดๆขณะที่ร่างกำลังร่วงหล่น เขาค่อยๆ ยกหอกฟางเทียนฮว่าจี่ในมือขึ้น ฟันลงมาที่ศีรษะของหลินชีเยี่ย……แต่แปลกตรงที่การเคลื่อนไหวนั้นเชื่องช้า ความเร็วในการร่วงหล่นยังช้ากว่าการตกแบบอิสระเสียอีกเมื่อเห็นภาพประหลาดนี้ ไป๋หลี่พั่งพั่งลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า“ชีเยี่ย……หรือว่าจะฟันเขาเบาๆ สักที?”หลินชีเยี่ยชะงักไป ใช้สันดาบ [จั่นไป๋] ในมือฟาดขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงสายหนึ่งแหวกผ่านอากาศ ร่วงลงมาอย่างเบาบางบนหน้าอกของถังอวี่เซิง แม้แต่เสื้อเชิ้ตของเขาก็ยังไม่ได้ฉีกขาดแม้แต่รอยเดียวแต่ถึงกระนั้น ร่างของถังอวี่เซิงก็สั่นสะเทือนขึ้นมา ราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาดใส่ พร้อมกับคลื่นมหึมาที่อยู่ด้านหลังพุ่งตรงไปยังทิศทางของเกาะหลินชีเยี่ย “……”“การแสดงของเสี่ยวถังถังยังดูแข็งอยู่นะ……”ท่ามกลางคลื่นน้ำที่ปั่นป่วน หวังชิงแอบเห็นภาพที่ถังอวี่เซิงถูกโจมตีจนกระเด็น อดไม่ได้ที่จะอุทานเสียงดัง“พูดน้อยๆ หน่อย ตอนนี้พวกเราควรจะบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไปแล้ว” หลี่เคิงเชียงชี้ไปที่บาดแผลบนตัวเองพลางเตือน“……” หวังชิงกลอกตา “พวกเราทำแบบนี้ มันจะดูโจ่งแจ้งเกินไปไหม?”“ไม่สำคัญหรอก ยังไงพวกเราก็แค่ทำเป็นพิธี ถึงเทียนจุนจะมาสอบสวน ก็มีท่านโหวคอยรับเร