หญ่ก็หายไปเช่นกันอย่าว่าแต่หลินชีเยี่ยเลย แม้แต่เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองคือใครกันแน่……หลินชีเยี่ยยืนนิ่งอยู่กับที่“หนังสือพวกนี้ เป็นหนังสือที่เจ้านำมาเมื่อไม่นานมานี้ บางทีอาจจะหาอดีตบางส่วนของข้ากลับมาได้จากบันทึกทางประวัติศาสตร์……”“ผมเข้าใจแล้ว” หลินชีเยี่ยนั่งขัดสมาธิลงทันที หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด จากนั้นก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เงยหน้าขึ้นถามอย่างลังเล “เอ่อ คุณจำได้ไหมว่า……คุณป่วยเป็นโรคอะไร?”สีหน้าของกิลกาเมชหม่นลง “ข้าไม่ได้ป่วย!”หลินชีเยี่ย “…”กิลกาเมชหยุดชั่วครู่ แล้วก็เสริมว่า “หรือพูดอีกอย่างก็คือ……ข้าใกล้จะหายดีแล้ว”หลินชีเยี่ยมองความว่างเปล่าเหนือศีรษะของกิลกาเมช แถบความคืบหน้าหยุดอยู่ที่ 78% เขาพยักหน้าอย่างครุ่นคิดการรักษาที่คืบหน้าถึง 78% แสดงว่าอาการป่วยที่รุนแรงที่สุดของอีกฝ่ายได้รับการแก้ไขแล้ว“คุณยังจำเรื่องราวหลังจากมาถึงที่นี่ได้ไหม?” หลินชีเยี่ยเอ่ยถาม“จำได้”“งั้นช่วยเล่าให้ผมฟังอย่างละเอียดหน่อย” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างจริงจัง “โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับผม”กิลกาเมชมองเขาอย่างซับซ้อน หลังจากผ่านไปสักพัก ก็ค่อยๆ เอ่ยปาก“ครั้งแรกที่ข้าพบเจ้า คือที่……”ยามดึก โรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเจ้าจมอยู่ในความมืด มีเพียงห้องพักผู้ป่วยชั้นสองนี้เท่านั้นที่ยังสว่างไสวภายใต้แสงไฟ เงาร่างทั้งสองนั่งอยู่ตรงข้ามกัน กำลังพูดคุยอะไรบางอย่างท่ามกลางกองเอกสารและหนังสือ