ล้วเหรอ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งลุกขึ้น หยิบเก้าอี้พับตัวเล็กออกมาอีกตัว วางไว้ข้างกายตัวเอง พร้อมกับพยักเพยิดให้หลินชีเยี่ยนั่งลงหลินชีเยี่ยมองไปรอบๆ “เฉาเยวียนล่ะ?”“เฉาเยวียนไปล่าสัตว์ในป่าน่ะ” ไป๋หลี่พั่งพั่งยักไหล่พลางพูดว่า “ผู้บัญชาการไม่ได้จัดอาหารให้พวกเรา วัตถุดิบที่ผมเอามาก็มีแค่ไม่กี่อย่าง วันนี้พวกเราเหนื่อยกันมาขนาดนี้ ตอนเย็นต้องหาของป่ามาปรุงอาหารให้ดีขึ้นหน่อยสิ”หลินชีเยี่ยนั่งลงบนเก้าอี้พับตัวเล็ก งุนงงเล็กน้อย “ของป่าเหรอ?”ในขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้น เฉาเยวียนก็เดินออกมาจากป่าที่มืดมิดด้วยสีหน้าห่อเหี่ยวเมื่อเห็นเฉาเยวียนมือเปล่า ไป๋หลี่พั่งพั่งก็เอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ “เหล่าเฉา ไม่จริงใช่ไหม? นายเป็นถึงผู้แข็งแกร่งขั้นอนันต์ แต่กลับล่าสัตว์ป่าไม่ได้สักตัวเลยเหรอ?”ขั้นอนันต์ก็คือขั้นอนันต์ แม้ว่าเฉาเยวียนจะไม่ใช้ผนึกต้องห้าม แค่อาศัยความเร็วและพละกำลังล้วนๆ อย่าว่าแต่สัตว์ป่าเลย แค่ใช้มือเปล่าทำให้แรดสลบก็เป็นเรื่องเล็กน้อย……การที่เฉาเยวียนกลับมามือเปล่า เป็นสิ่งที่ไป๋หลี่พั่งพั่งไม่คาดคิดเลยจริงๆ“มันไม่ใช่ปัญหาว่าล่าได้หรือไม่ได้หรอก” เฉาเยวียนส่ายหน้า “ฉันสำรวจเกาะไปเกือบครึ่งแล้ว แต่กลับไม่เจอแม้แต่หนูสักตัว……อย่าว่าแต่สัตว์ป่าเลย”“ไม่มี?”“แน่นอนว่าไม่มี” หลินชีเยี่ยเสริมขึ้นมา “ตอนที่ขึ้นเกาะ ฉันได้ใช้พลังจิตสำรวจดูแล้ว บนเกาะนี้ไม่มีสัตว์ป่าอยู่เลย แม้แต่ในท