ตไม่สนใจตนเอง สายตาจึงย้ายไปที่ภาพวาด ที่พู่กันจุ่มไม่ใช่หมึกแต่เป็นเลือด ทำให้ภาพวาดนี้ดูน่าเกลียดน่ากลัวอยู่บ้าง แต่ที่เซียวเหยียนสนใจคือฝีมือการวาดภาพ
“ฝีแปรงตรงนี้ของเจ้านุ่มเกินไปแล้ว” เมื่อเห็นรายละเอียดที่ไม่เข้าที่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเตือน “เลือดตรงนี้น้อยเกินไป ต้องจุ่มให้เยอะหน่อยแล้วลงพู่กันทีเดียว ให้มันซึมกระจายออกไป แบบนี้ถึงจะดูเป็นธรรมชาติ”
“…” มือที่จับพู่กันของบัณฑิตในชุดดำชะงักไปเล็กน้อย เขาหันไปมองเซียวเหยียนอย่างเศร้าสร้อย “เจ้าก็เข้าใจการวาดภาพด้วยรึ?”
“พอจะเข้าใจเล็กน้อย”
บัณฑิตในชุดดำมองสำรวจเซียวเหยียนสองสามที เขาอยู่ที่นี่มานานหลายร้อยปีและได้เจอนักสู้มามากมาย แต่คนที่เหมือนกับเด็กหนุ่มข้างกายเช่นนี้กลับหาได้ยากยิ่ง อายุยังน้อยแต่วิถียุทธ์น่าสะพรึงกลัว ทั้งยังพอจะเข้าใจศาสตร์แขนงนอกรีตอยู่บ้าง
“วิถีพู่กันลึกล้ำไม่อาจหยั่งถึง ถึงเจ้าจะฉลาดเพียงใด ก็ไม่ใช่ว่าจะเชี่ยวชาญได้ง่ายๆ” บัณฑิตในชุดดำกล่าวแล้ววาดภาพของตนเองต่อไป
ให้ตายสิ ข้าถ่อมตัวหน่อย เจ้ากลับเหลิงเลยรึ? เซียวเหยียนเบิกตากว้างเล็กน้อย เจ้าเด็กนี่คงไม่คิดว่าฝีมือการวาดภาพของตนเองจะเก่งมากหรอกนะ?
“วิถีพู่กันลึกล