ยังหลุมหลบภัยมืดสลัวด้านข้าง “ที่นี่ คือหอพักของพวกนาย”“หอพัก?!” ไป๋หลี่พั่งพั่งมองดูพื้นที่รกร้างข้างๆ ที่เต็มไปด้วยใยแมงมุมและเชื้อรา เขาเบิกตากว้างแล้วพูดว่า “ที่นี่ไม่มีน้ำไม่มีไฟ แถมยังไม่มีการระบายอากาศ ไม่มีแม้แต่เตียงสักตัว……จะอยู่กันยังไง?”หลี่เคิงเชียงพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “พวกเราล้วนเป็นวีรวิญญาณ ปกติก็ไม่จำเป็นต้องนอน ที่นี่ก็ไม่มีใครมาดูแล……เรื่องเล็กๆ แบบนี้ พวกนายก็จัดการกันเองแล้วกัน”กล่าวจบ หลี่เคิงเชียงก็เอามือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงขาบาน โบกมือให้ทุกคนแล้วร่างก็หายวับไปจากที่เดิมในพริบตาไป๋หลี่พั่งพั่ง “……”“นี่มันไม่ใช่การฝึกซ้อม แต่เป็นการออกมาเอาชีวิตรอดในป่าเถื่อนชัดๆ” เขาถอนหายใจอย่างจนปัญญาหลินชีเยี่ยกวาดตามองหลุมหลบภัยที่มืดทึบ แล้วจึงหันไปมองอันชิงอวี๋ “จัดการได้ไหม?”อันชิงอวี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พั่งพั่ง ฉันจำได้ว่านายเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบพกพาสำหรับใช้กลางแจ้งไว้ใน[พื้นที่อิสระ] เยอะใช่ไหม?”“ใช่ๆๆ”ไป๋หลี่พั่งพั่งไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาหยิบของออกมาจากกระเป๋าราวกับมายากล มีทั้งเตาแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องปั่นไฟน้ำมัน โทรทัศน์จอแอลซีดี 42 นิ้ว เครื่องทำน้ำร้อน เตาย่างบาร์บีคิว เก้าอี้นวดไฟฟ้า และอื่นๆอีกมากมายทุกคนดูเหมือนจะคุ้นชินกับภาพนี้แล้ว แต่เมื่อไป๋หลี่พั่งพั่งดึงรถเบนซ์คันใหม่เอี่ยมออกมาอย่างฉับพลัน มุมปากของพวกเขาก็กระตุกอย่างคว