นผ่านประตูสุสาน ค่อยๆ เข้าไปข้างใน……ในที่สุด เขาก็พบร่างของหญิงสาวอีกครั้งท่ามกลางหลุมศพมากมายภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นสีเหลืองนวล ใบไม้สีทองปลิวว่อนหญิงสาวนั่งอยู่ในสุสานเพียงลำพัง มือหนึ่งถือป้ายหลุมศพ อีกมือหนึ่งกำลังสลักอะไรบางอย่างบนป้าย น้ำตาใสไหลลงมา สายลมอ่อนๆ พัดผมยาวสีดำปลิวไสว……ราวกับมีเสียงแผ่วเบาลอยเข้ามาในหูของซูเจ๋อ“เหลิ่งเซวียน… พวกเรากลับบ้านกันแล้วนะ”……บนเตียง ขนตาของบรากีสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นกลิ่นหอมของดอกไม้โชยเข้าจมูก ทำให้สติของเขากลับคืนมาอย่างรวดเร็ว เขามองเพดานไม้คุ้นตาอย่างงุนงง ครู่หนึ่งก็ลุกพรวดขึ้นนั่ง!“ที่นี่คือ……” บรากีมองไปรอบๆ ดูเหมือนจะไม่เข้าใจเขาก้มหน้าลงมองตัวเอง เสื้อคลุมสะอาดเรียบร้อยแนบติดผิวหนัง กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยออกมาจากเนื้อผ้า ทำให้รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกบรากีลุกขึ้นยืน ไม่ทันได้สวมรองเท้า ย่างก้าวเสียงดังบนพื้นไม้ วิ่งไปที่หน้าประตูท่ามกลางเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของไม้เก่า ประตูไม้พลันเปิดออกฟิ้ว!สายลมอ่อนๆ ของฤดูใบไม้ผลิ ผสานกับกลิ่นหอมสดชื่นของมวลบุปผา พัดมาปะทะใบหน้าของบรากี ผมสีทองปลิวไสวในสายลมหอม ใบหน้าหล่อเหลามองดูทะเลดอกไม้ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาอย่างงุนงง กลีบดอกสีเหลืองอ่อนนับไม่ถ้วนลอยขึ้นตามแรงลม ราวกับคลื่นสีทองที่ซัดผ่านรอบตัว ก่อนจะม้วนตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม……เขาเห็นร่างงามในทะเลดอกไม้นั้น ม่านตาพลันหดเล็กลง!ภา