ข้าได้ตลอดเวลา”เมื่อสิ้นเสียง เขาก็ส่งสายตาให้หลินชีเยี่ยแล้วหมุนตัวเดินออกไปนอกลานหลินชีเยี่ยเข้าใจความหมายของอีกฝ่าย จึงก้าวเดินตามไปบรากีอุ้มพิณฮาร์ป ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองกิลกาเมช ก่อนจะพูดอย่างจริงจัง“หากอยากต่อสู้ ก็อย่ามาหาข้าเลย เพราะถึงข้าสิบคนรวมกันก็ไม่สามารถเอาชนะเจ้าได้……แต่ถ้าเจ้าอยากหาคนคุยด้วย ข้าพร้อมมาทุกเมื่อที่เจ้าเรียกหา”กิลกาเมชมองเขาอย่างเงียบงัน และมองร่างของคนทั้งสองที่จากไป ดวงตาปรากฏแววที่ซับซ้อนหลินชีเยี่ยกับซุนหงอคงเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของตึกผู้ป่วย หลังจากที่ซุนหงอคงกวาดตามองดูบรากีและกิลกาเมชที่อยู่ด้านล่าง เขาก็เอ่ยปากขึ้นมาก่อนว่า“สภาพของเขาไม่ค่อยดีนัก เวลาที่เหลือให้เจ้าอาจจะไม่มากแล้ว”เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินชีเยี่ยก็ชะงักอยู่กับที่“หมายความว่ายังไง?”“ไม่กี่วันมานี้ ทุกครั้งที่ต่อสู้กับเขา ข้ารู้สึกได้ว่าสภาพของเขาแย่ลงเรื่อยๆ การที่เขาสูญเสียการควบคุมครั้งนี้ อาจจะเป็นลางบอกเหตุว่าสิ่งที่ควบคุมความทรงจำของเขาจากภายนอกได้ทำลายขอบเขตบางอย่างลงแล้ว และเริ่มส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของเขาทีละน้อย”“เมื่อมีครั้งแรกแล้ว ต่อไปจำนวนครั้งที่เขาสูญเสียการควบคุมก็จะมีแต่เพิ่มขึ้น ความถี่ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นด้วยหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เขาจะต้องบ้าคลั่งเพราะจมดิ่งลงไปในความสับสนของความทรงจำอย่างสมบูรณ์ หรือไม่ก็จะเริ่มทำร้ายตนเอง หรือแม้กระทั่งฆ่าตัวตาย