ศัพท์ออกมาติดต่อกับแผนกธุรการของหน่วยพิทักษ์ราตรีหลายนาทีต่อมา หลินชีเยี่ยก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน“ถูกต้องแล้ว ที่นี่แหละ” หลินชีเยี่ยพูดช้าๆ “ในแฟ้มประวัติของหน่วยพิทักษ์ราตรีของพี่เสิ่น ที่อยู่ที่เขียนไว้คือที่นี่ ตามที่เจ้าหน้าที่ธุรการที่ตรวจสอบแฟ้มเมื่อหลายปีก่อนยืนยัน เขาเป็นเด็กกำพร้าจริงๆพี่เสิ่นบอกให้ฉันกลับไปเยี่ยมบ้านแทนเขา คงเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อหลอกให้พวกเราออกจากนรกเท่านั้น”เมื่อได้ยินประโยคนี้ ตรอกเล็กๆ แห่งนี้ก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดหลังจากผ่านไปนาน เฉาเยวียนจึงถามว่า “แล้วตอนนี้พวกเรา… ควรทำยังไงต่อดี?”หลินชีเยี่ยมองป้ายชื่อที่หน้าประตูซึ่งเกือบจะมองไม่เห็นชื่อเพราะสนิมกัดกร่อน เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจยาว“ไม่ว่าจะยังไง ที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่พี่เสิ่นเติบโตมา ในเมื่อพวกเรามาถึงแล้ว และมีคนอยู่ข้างในพอดี งั้นก็เข้าไปดูกันเถอะ”เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีข้อคัดค้าน หลินชีเยี่ยจึงยื่นมือไปเขย่าประตูเหล็ก เสียงสนิมเหล็กเสียดสีกันดังขึ้นอย่างแสบงแก้วหู“ใครน่ะ?”“ไม่รู้สิ……ฉันจะไปดูหน่อย!”“ไม่ใช่พวกลูกสุนัขนั่นอีกใช่ไหม?”เสียงเด็กๆ ดังมาจากลานบ้านด้านในเด็กหญิงสวมเสื้อคลุมสีแดง แก้มแดงระเรื่อ ค่อยๆ โผล่หน้าออกมาจากหลังประตูอย่างระมัดระวัง สายตาของเธอจับจ้องไปที่เฉาเยวียน แล้วร้องไห้ออกมาทันที“พวกนักเลงนี่! พวกนักเลงพวกนั้นมาอีกแล้ว!! แถมยังดูน่ากลัวกว่าคนก่อนๆ อีก!”เฉาเ