นั่งสมาธิหลับตาอยู่บนเบาะเฉาเยวียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ความขุ่นมัวในดวงตาหายไปเกือบหมดแล้ว ร่างกายก็ไม่มีเปลวไฟลุกออกมาอีก นางกำนัลที่เคยคอยพัดวีให้เขาในศาลาแปดเหลี่ยมก็จากไปนานแล้ว“พวกชีเยี่ยยังไม่กลับมาเหรอ?” เฉาเยวียนลุกขึ้นจากเบาะหญ้า ถือถ้วยยานั่งลงที่ข้างโต๊ะ ถามด้วยความกังวล“ยังไม่กลับ” ไป๋หลี่พั่งพั่งเห็นความกังวลของเขา จึงตบไหล่เฉาเยวียนแล้วพูดอย่างยิ้มแย้ม “ผมบอกเลยนะเหล่าเฉา ทำไมพอตื่นขึ้นมาก็คิดถึงแต่พวกชีเยี่ยเลยล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะผมคอยเฝ้าดูแลนายทั้งวันทั้งคืน พูดคุยกับนายมาหลายวัน นายจะฟื้นได้เร็วขนาดนี้เหรอ? ปากผมพูดจนแทบพัง ทำไมนายไม่สนใจผมบ้างล่ะ?”“นาย? นายสบายดีอยู่แล้ว” เฉาเยวียนกวาดตามองรูปร่างอ้วนกลมและสีหน้าสดใสของไป๋หลี่พั่งพั่ง แล้วกลอกตา“นายวางใจเถอะ พวกเขาแค่ไปเอาของอย่างเดียว แถมยังมีมิคาเอลไปด้วย จะเกิดอะไรขึ้นได้?” ไป๋หลี่พั่งพั่งเก็บถ้วยยาที่เฉาเยวียนดื่มหมดแล้ว ก่อนจะพูดปลอบใจ“บางทีพวกเขาอาจจะติดขัดระหว่างทาง ตอนนี้นายยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ อย่าคิดมากนะ จะทำให้จิตใจไม่มั่นคง……นายพักผ่อนที่นี่เถอะ ผมจะไปเก็บถ้วยแล้วรีบกลับมา”สิ้นเสียง ไป๋หลี่พั่งพั่งก็ถือถ้วยเปล่าเดินจากไปตามระเบียงทางเดินเฉาเยวียนนั่งกลับลงบนเบาะหญ้า จ้องมองผิวน้ำในทะเลสาบที่ระยิบระยับ แล้วถอนหายใจยาวไป๋หลี่พั่งพั่งเพิ่งก้าวเท้าลงบนพื้นริมทะเลสาบ ก็เห็นนักพรตคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหินที่หุบ