องไม่เห็นหลายสายก็รั้งเอวของหลินชีเยี่ยเอาไว้ ดึงเขาขึ้นมาจากผิวบึงโลหิตอย่างแรง ทิ้งร่างเขาไว้บนแท่นกลางอากาศ“ชีเยี่ย! ชีเยี่ย!” อันชิงอวี๋ตะโกนเรียกอย่างร้อนรนสติที่สับสนของหลินชีเยี่ยถูกเสียงเรียกดึงกลับมาสู่ความเป็นจริง เขากัดฟันสั่นศีรษะที่มึนงงไปมา ถึงได้พบว่าทวารทั้งเจ็ดบนใบหน้าของตัวเองกำลังมีเลือดไหลออกมาเขาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ หันไปมองบึงโลหิตเบื้องล่าง เห็นผลึกสีดำนั้นยังคงลอยขึ้นลงในบึงโดยไม่เป็นอันตรายแม้แต่น้อย การปะทะเมื่อครู่ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลยแม้แต่นิดเดียวเช่นเดียวกัน รากฐานรัตติกาลในมือของหลินชีเยี่ยก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ“วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล” อันชิงอวี๋รู้ว่าหลินชีเยี่ยกำลังคิดอะไร จึงส่ายหน้าพูดว่า “ฉันเห็นเมื่อกี้แล้ว รากฐานรัตติกาลของนายไม่ได้สัมผัสกับรากฐานนรกอย่างสมบูรณ์เลย ดูเหมือนระหว่างพวกมันจะมีแรงผลักตามธรรมชาติอยู่ ไม่ว่านายจะพยายามแค่ไหน พวกมันก็ไม่มีทางสัมผัสกันได้……บางที มีแต่รากฐานของระบบเทพเท่านั้นที่จะสามารถทำลายรากฐานของระบบเทพได้”เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าซีดเซียวของหลินชีเยี่ยก็ผงะไปเล็กน้อย จากนั้นก็ปรากฏความรู้สึกท้อแท้และไม่ยอมแพ้ที่ยากจะบรรยายการไม่สามารถทำลายรากฐานของนรกได้ ทำให้พวกเขาเปิดเผยตัวตนต่อสายตาของปีศาจอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือการถูกล้อมโจมตีโดยปีศาจขั้นพิภพและอนันต์นับพันตน ทั้งยังมีการทำลายล้างจากซากศพของเซราฟ