้าที่บินผ่านเหนือศีรษะเป็นครั้งคราว ทำให้รู้สึกงุนงงชั่วขณะหลินชีเยี่ยนั่งรถเข็นออกมาจากในห้อง เห็นซุนหงอคงยืนอยู่ที่ประตูเหมือนรูปปั้น จึงหยุดรถเข็นอยู่ด้านหลังเงียบๆ ไม่เข้าไปรบกวนซุนหงอคงยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน ก่อนจะถอนหายใจยาว ก้าวเดินอย่างคุ้นเคยไปทางทิศทางหนึ่งหลินชีเยี่ยนั่งรถเข็นตามไป“หืม? ใครอยู่ข้างๆ ชีเยี่ยน่ะ?”เสิ่นชิงจู่ที่บังเอิญออกมาจากห้องของอันชิงอวี๋เห็นภาพนี้ เอ่ยปากอย่างประหลาดใจ “ยังสวมผ้าคลุมของหน่วยม่านราตรีอีก……แต่พวกเราอยู่ที่นี่กันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”ข้างกายของเขา ไป๋หลี่พั่งพั่งมองสองคนที่จากไปแวบหนึ่ง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย แล้วยักไหล่“ใครจะรู้ล่ะ……บางทีอาจจะเป็นคนรู้จักเก่าที่กลับมาเยี่ยมถิ่นเดิมก็ได้”“คนรู้จักเก่า?”“ผมพูดเล่นน่ะ รีบกลับห้องไปนอนเถอะ คุณชายน้อยง่วงแล้ว”“……”……เหล่าเทพเจ้าต่างขี่เมฆหมอกบินผ่านเหนือศีรษะของหลินชีเยี่ยและซุนหงอคง ทุกครั้งที่เทพเจ้าองค์หนึ่งจากไปซุนหงอคงจะชายตามองพวกเขาอย่างเรียบเฉย สีหน้าแฝงไว้ด้วยความดูแคลนเล็กน้อยในเรื่องการเหาะเหินเดินอากาศ สองคนนี้อาจจะเป็นระดับสุดยอดในบรรดาเทพทั้งหลายในสรวงสวรรค์ แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังเลือกที่จะเดินไปหนึ่งเพราะร่างกายของหลินชีเยี่ยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ยังไม่สามารถขี่เมฆพลิกกายได้สองคือเพราะเมฆพลิกกายสามารถถูกจดจำได้ง่ายเกินไป การเดินสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้มากตอนนี้ซุนหงอคงยังไม่ได้ออ