งอคงผ่านครึ่งหนึ่งของสรวงสวรรค์ มาถึงบริเวณรอบๆ ภูเขาเทพที่ลอยอยู่ริมขอบฟ้าซุนหงอคงมองไปรอบๆ หลังจากแน่ใจว่าไม่มีเทพเจ้าอยู่แถวนี้ จึงขี่เมฆพลิกกายลูกหนึ่ง พาหลินชีเยี่ยพลิกตัวขึ้นไปบนยอดภูเขาเทพที่สูงที่สุด“โฮ่ง!”ทันทีที่ลงสู่พื้น เก้าอี้รถเข็นหนังสุนัขใต้ร่างของหลินชีเยี่ยก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ เขารีบทำสัญญาณมือให้มันเงียบสายลมเย็นๆ พัดผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี ทำให้กิ่งก้านของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุพันปีสามต้นบนยอดเขาแกว่งไกวแผ่วเบา ภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใส ซุนหงอคงเปลี่ยนกลับเป็นร่างเดิม สวมจีวรครึ่งตัว แบกถุงดำ ค่อยๆ เดินไปตรงกลางระหว่างต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามต้นเขาก้มตัวแก้ถุงดำออก หยิบแผ่นไม้หนาสองแผ่นออกมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน นั่งขัดสมาธิลงบนพื้น ใช้นิ้วมือที่เปล่งประกายสีทองอ่อนแกะสลักอะไรบางอย่างลงบนแผ่นไม้เบาๆเมฆลอยผ่าน เงาไม้ไหวเอนบนภูเขาเทพ ขนสีทองเข้มของลิงโบราณตัวนั้นพลิ้วไหว ชั่วขณะต่อมา เขาหยุดปลายนิ้ว ก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินไปยังจุดสูงสุดของภูเขาเทพ แล้วปักแผ่นไม้ทั้งสองลงในพื้นดินจนถึงตอนนี้ หลินชีเยี่ยถึงได้เห็นสภาพจริงของแผ่นไม้ทั้งสองแผ่นไม้หนาทั้งสองแผ่น ใช้ลายเส้นสีแดงสด เขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ไว้แผ่นละไม่กี่ตัว‘หลุมศพของศิษย์น้องร่วมสำนัก ตือโป๊ยก่าย’‘หลุมศพของศิษย์น้องร่วมสำนัก ซัวหงอเจ๋ง’ในทันทีที่เห็นสองบรรทัดนี้ หลินชีเยี่ยก็ชะงักไปชั่วขณะเขาหันหน้าไปมองร่างที่ยืนอ