ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบ กลับมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่บีบคั้นจนหลินจิงหงต้องชักกระบี่ออกจากฝัก! ผู้อาวุโสท่านนั้นมีนิสัยรักสันโดษ มิตัดพ้อต่อความกับผู้ใด ท่านผู้เฒ่าหลินจึงมิได้สนิทชิดเชื้อนัก รู้เพียงว่านามของเขาคือ… จางไป๋หยวน!
หากเมิ่งฝานได้ยินชื่อนี้ เขาคงต้องอุทานด้วยความคาดไม่ถึง เพราะในขณะที่ท่านผู้เฒ่าหลินแทบมิรู้จักชายผู้นี้ เมิ่งฝานกลับมีความหลังและความคุ้นเคยกับเขาอยู่ไม่น้อย
“เอาล่ะ เลิกฟุ้งซ่านได้แล้ว ไม่ว่าท่านจ้าวสำนักจะกำราบหลี่ฟานเฉินได้หรือไม่ มันก็มิใช่สิ่งที่เจ้าหรือข้าจะเข้าไปแทรกแซงได้ อย่ามัวโอ้เอ้อยู่ตรงนี้เลย รีบตามข้าไปที่วิหารเทพกระบี่เพื่อหยั่งรู้ศิลาจารึกเถิด” ท่านผู้เฒ่าหลินเอ่ยพลางเตรียมจะนำทางต่อ
เมิ่งฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงละเหี่ยใจ “อาจารย์ ต่อให้ศิษย์ไปนั่งอยู่หน้าศิลาตอนนี้ จิตใจก็คงว้าวุ่นจนมิอาจสงบลงได้ ขอให้ศิษย์ได้ล่วงรู้ผลลัพธ์ของการเดิมพันระหว่างท่านจ้าวสำนักกับจอมมารผู้นั้นก่อนเถิดขอรับ”